ภาษีนิติบุคคล คืออะไร อัตราเท่าไร คำนวณอย่างไร ยื่น ภ.ง.ด.50 และ ภ.ง.ด.51 เมื่อไร

Executive Summary / สาระสำคัญสำหรับผู้บริหาร
- ภาษีนิติบุคคลคิดจากกำไรสุทธิทางภาษี ไม่ได้คิดจากกำไรทางบัญชีโดยตรง ต้องปรับปรุงรายจ่ายต้องห้ามและรายได้ที่ได้รับยกเว้นก่อน
- อัตราทั่วไป 20% แต่ SME ได้อัตราขั้นบันได บริษัททุนชำระแล้วไม่เกิน 5 ล้านบาทและรายได้ไม่เกิน 30 ล้านบาท ได้ยกเว้นกำไร 300,000 บาทแรก และเสีย 15% สำหรับกำไรถึง 3 ล้านบาท
- ยื่นปีละ 2 ครั้ง ภ.ง.ด.51 ครึ่งปีภายใน 2 เดือนหลังครบ 6 เดือนของรอบบัญชี และ ภ.ง.ด.50 ภายใน 150 วันหลังวันสิ้นรอบบัญชี
ภาษีนิติบุคคล หรือภาษีเงินได้นิติบุคคล คือต้นทุนก้อนใหญ่ที่เจ้าของบริษัททุกรายต้องวางแผนตั้งแต่วันแรกที่จดทะเบียน หลายคนตัดสินใจเปลี่ยนจากบุคคลธรรมดามาเป็นบริษัทเพราะได้ยินว่าเสียภาษีน้อยกว่า แต่ถ้าไม่เข้าใจหลักการคำนวณ เงื่อนไขอัตรา SME และรายจ่ายที่สรรพากรไม่ยอมให้หัก ก็อาจเสียภาษีมากกว่าที่ควร หรือโดนเงินเพิ่มย้อนหลังได้ บทความนี้สรุปทุกเรื่องที่ต้องรู้ในภาษาที่เจ้าของธุรกิจเข้าใจได้ทันที
ภาษีนิติบุคคล คืออะไร
ภาษีเงินได้นิติบุคคล (Corporate Income Tax หรือ CIT) คือภาษีทางตรงที่จัดเก็บจาก กำไรสุทธิของนิติบุคคล ตามประมวลรัษฎากร ผู้มีหน้าที่เสียภาษีได้แก่
- บริษัทจำกัด และบริษัทมหาชนจำกัด ที่จดทะเบียนในประเทศไทย
- ห้างหุ้นส่วนจดทะเบียน (ห้างหุ้นส่วนสามัญนิติบุคคลและห้างหุ้นส่วนจำกัด)
- บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนต่างประเทศที่ประกอบกิจการในประเทศไทย หรือมีรายได้จากประเทศไทย
- กิจการร่วมค้า (Joint Venture)
- มูลนิธิหรือสมาคมที่มีรายได้จากการประกอบกิจการ
อัตราภาษีนิติบุคคล ปี 2569

อัตราทั่วไป
บริษัทและห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลทั่วไปเสียภาษี 20% ของกำไรสุทธิ
อัตราสำหรับ SME
บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลที่ มีทุนชำระแล้ว ณ วันสุดท้ายของรอบบัญชีไม่เกิน 5 ล้านบาท และ มีรายได้จากการขายสินค้าและการให้บริการไม่เกิน 30 ล้านบาทต่อรอบบัญชี ได้สิทธิเสียภาษีในอัตราขั้นบันได
| กำไรสุทธิ | อัตราภาษี | ภาษีสูงสุดในขั้น |
|---|---|---|
| 0 – 300,000 บาท | ยกเว้น | 0 บาท |
| 300,001 – 3,000,000 บาท | 15% | 405,000 บาท |
| ส่วนที่เกิน 3,000,000 บาท | 20% | ตามกำไรส่วนที่เกิน |
ต้องผ่าน ทั้งสองเงื่อนไข จึงจะได้อัตรา SME หากทุนชำระแล้วเกิน 5 ล้านบาทเพียงบาทเดียว หรือรายได้เกิน 30 ล้านบาท จะต้องเสียอัตรา 20% ตั้งแต่บาทแรก
อัตราเฉพาะกรณีอื่นที่ควรรู้
| กรณี | อัตรา | ฐานภาษี |
|---|---|---|
| บริษัทต่างประเทศที่ประกอบกิจการขนส่งระหว่างประเทศ | 3% | รายรับก่อนหักรายจ่าย |
| บริษัทต่างประเทศที่ไม่ได้ประกอบกิจการในไทย แต่ได้รับเงินปันผลจากไทย | 10% | เงินปันผล |
| บริษัทต่างประเทศที่ไม่ได้ประกอบกิจการในไทย แต่ได้รับดอกเบี้ย ค่าสิทธิ ค่าบริการจากไทย | 15% | เงินได้ที่จ่าย (หัก ณ ที่จ่าย) |
| มูลนิธิหรือสมาคมที่มีรายได้ | 2% หรือ 10% | รายได้ก่อนหักรายจ่าย ตามประเภทรายได้ |
สำหรับกลุ่มบริษัทข้ามชาติขนาดใหญ่ที่มีรายได้รวมตั้งแต่ 750 ล้านยูโรขึ้นไป ประเทศไทยได้บังคับใช้ภาษีส่วนเพิ่มตามหลักการภาษีขั้นต่ำทั่วโลก (Global Minimum Tax) ให้มีอัตราภาษีที่แท้จริงไม่ต่ำกว่า 15% ตั้งแต่ปี 2568 ซึ่งไม่กระทบ SME ทั่วไป
วิธีคำนวณภาษีนิติบุคคล
สูตรพื้นฐานคือ
กำไรสุทธิทางภาษี = รายได้ที่ต้องเสียภาษี − รายจ่ายที่หักได้ตามกฎหมาย
ภาษีที่ต้องชำระ = กำไรสุทธิทางภาษี × อัตราภาษี − ภาษีที่ถูกหัก ณ ที่จ่ายและภาษีที่ชำระครึ่งปีแล้ว
ขั้นตอนจากกำไรทางบัญชีสู่กำไรทางภาษี
- เริ่มจาก กำไรสุทธิทางบัญชี ในงบการเงิน
- บวกกลับรายจ่ายต้องห้าม ตามมาตรา 65 ตรี เช่น ค่าใช้จ่ายส่วนตัวของกรรมการ ค่ารับรองที่เกินเกณฑ์
- หักรายได้ที่ได้รับยกเว้น เช่น เงินปันผลบางกรณีที่ได้รับยกเว้นตามเงื่อนไข
- หักรายจ่ายที่ได้สิทธิหักเพิ่ม เช่น ค่าจ้างผู้สูงอายุหรือค่าฝึกอบรมที่หักได้ 2 เท่า
- หักผลขาดทุนสะสมยกมา ไม่เกิน 5 รอบบัญชีก่อนหน้า
ตัวอย่างคำนวณ: บริษัท SME เทียบบริษัททั่วไป
บริษัท A และบริษัท B มีกำไรสุทธิทางภาษีเท่ากัน 4,000,000 บาท แต่บริษัท A ทุนชำระแล้ว 2 ล้านบาท รายได้ 25 ล้านบาท (เข้าเกณฑ์ SME) ส่วนบริษัท B ทุนชำระแล้ว 10 ล้านบาท
| รายการ | บริษัท A (SME) | บริษัท B (ทั่วไป) |
|---|---|---|
| กำไร 300,000 บาทแรก | 0 บาท | 60,000 บาท |
| กำไร 300,001 – 3,000,000 บาท | 405,000 บาท (15%) | 540,000 บาท (20%) |
| กำไรส่วนที่เกิน 3,000,000 บาท | 200,000 บาท (20%) | 200,000 บาท (20%) |
| ภาษีรวม | 605,000 บาท | 800,000 บาท |
บริษัท A ประหยัดภาษีได้ 195,000 บาท เพียงเพราะคุมทุนชำระแล้วไม่ให้เกิน 5 ล้านบาท นี่คือเหตุผลที่การวางโครงสร้างทุนตั้งแต่ตอนจดทะเบียนบริษัทมีความสำคัญ (ดู อยากเริ่มต้นธุรกิจต้องทำอย่างไร)
รายจ่ายต้องห้ามที่ห้ามนำมาหัก
รายจ่ายตามมาตรา 65 ตรี ที่ไม่สามารถนำมาหักเป็นค่าใช้จ่ายทางภาษีได้ ที่พบบ่อยในบริษัท SME ได้แก่
- ค่าใช้จ่ายส่วนตัว ของกรรมการหรือผู้ถือหุ้น เช่น ค่าเดินทางท่องเที่ยวครอบครัว ค่าสาธารณูปโภคบ้านส่วนตัว
- เงินสำรองต่างๆ เช่น สำรองหนี้สงสัยจะสูญที่ไม่เข้าเกณฑ์ สำรองผลประโยชน์พนักงานที่ยังไม่ได้จ่ายจริง
- ค่ารับรองที่เกินเกณฑ์ หักได้ไม่เกิน 0.3% ของรายได้หรือทุนชำระแล้วแล้วแต่จำนวนใดมากกว่า และสูงสุดไม่เกิน 10 ล้านบาท
- รายจ่ายที่ไม่มีหลักฐาน หรือไม่สามารถพิสูจน์ผู้รับได้
- ภาษีเงินได้นิติบุคคล เบี้ยปรับ และเงินเพิ่มทางภาษี รวมถึงค่าปรับทางอาญา
- เงินบริจาคที่เกินเกณฑ์ การบริจาคเพื่อการสาธารณกุศลหักได้ไม่เกิน 2% ของกำไรสุทธิ
- รายจ่ายลงทุน เช่น ซื้อเครื่องจักร ต้องทยอยหักผ่านค่าเสื่อมราคา ไม่ใช่หักทั้งก้อนในปีที่ซื้อ
สิทธิหักรายจ่ายเพิ่มที่ SME ควรใช้
- หักค่าเสื่อมราคาเร็วขึ้น สำหรับ SME ที่มีทรัพย์สินถาวรไม่รวมที่ดินไม่เกิน 200 ล้านบาทและพนักงานไม่เกิน 200 คน เช่น คอมพิวเตอร์และเครื่องจักรหักได้ 40% ในวันที่ได้มา
- ค่าจ้างผู้สูงอายุหักได้ 2 เท่า สำหรับลูกจ้างอายุ 60 ปีขึ้นไป ค่าจ้างไม่เกิน 15,000 บาทต่อเดือน และไม่เกิน 10% ของลูกจ้างทั้งหมด
- ค่าฝึกอบรมพนักงานหักได้ 2 เท่า เมื่อเป็นหลักสูตรที่เข้าเกณฑ์ของกระทรวงแรงงาน
- มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจเฉพาะปี เช่น การหักรายจ่ายเพิ่มสำหรับการลงทุนในระบบอัตโนมัติ หรือค่าใช้จ่ายบางประเภท ซึ่งรัฐบาลออกเป็นครั้งคราว ควรติดตามประกาศกรมสรรพากรทุกปี
กำหนดยื่นแบบภาษีนิติบุคคล

| แบบ | ใช้เมื่อ | กำหนดยื่น |
|---|---|---|
| ภ.ง.ด.51 | ยื่นภาษีครึ่งปี โดยประมาณการกำไรทั้งปีแล้วเสียภาษีครึ่งหนึ่ง | ภายใน 2 เดือนนับจากวันครบ 6 เดือนแรกของรอบบัญชี |
| ภ.ง.ด.50 | ยื่นภาษีประจำปีจากงบการเงินที่ผู้สอบบัญชีรับรองแล้ว | ภายใน 150 วันนับจากวันสิ้นรอบบัญชี |
ตัวอย่างบริษัทที่ปิดรอบบัญชี 31 ธันวาคม ต้องยื่น ภ.ง.ด.51 ภายใน 31 สิงหาคม และยื่น ภ.ง.ด.50 ภายในปลายเดือนพฤษภาคมของปีถัดไป การยื่นผ่านอินเทอร์เน็ตมักได้รับขยายเวลาเพิ่มเติมตามประกาศกรมสรรพากรในแต่ละปี
ข้อควรระวังเรื่อง ภ.ง.ด.51: หากประมาณการกำไรขาดไปเกิน 25% ของกำไรจริงโดยไม่มีเหตุอันสมควร จะเสียเงินเพิ่ม 20% ของภาษีที่ชำระขาด จึงควรประมาณการจากตัวเลขจริงครึ่งปีแรกและแผนยอดขายที่สมเหตุสมผล
เปรียบเทียบภาษีบุคคลธรรมดากับภาษีนิติบุคคล
| ประเด็น | บุคคลธรรมดา | นิติบุคคล |
|---|---|---|
| อัตราภาษี | ขั้นบันได 0–35% | 20% หรืออัตรา SME 0–20% |
| ค่าใช้จ่าย | หักตามจริงหรือหักเหมา (แล้วแต่ประเภทเงินได้) | หักตามจริงที่มีหลักฐาน |
| ความรับผิด | ไม่จำกัด ทรัพย์สินส่วนตัวรับผิดด้วย | จำกัดเท่าทุนที่ลงไว้ (บริษัทจำกัด) |
| ภาระงานบัญชี | น้อยกว่า | ต้องมีผู้ทำบัญชีและผู้สอบบัญชี |
| ภาษีเมื่อนำกำไรออก | ไม่มีขั้นตอนเพิ่ม | เงินปันผลถูกหัก ณ ที่จ่าย 10% |
โดยทั่วไป เมื่อกำไรสุทธิของกิจการสูงขึ้นจนอัตราภาษีบุคคลธรรมดาขั้นสูงเกิน 20% การจดเป็นบริษัทมักคุ้มกว่า แต่ควรคำนวณภาษีเงินปันผลและต้นทุนการทำบัญชีรวมด้วย
สรุป
ภาษีนิติบุคคลคิดจากกำไรสุทธิทางภาษี อัตราทั่วไป 20% ส่วนบริษัทที่เข้าเกณฑ์ SME ได้อัตราขั้นบันไดที่ช่วยประหยัดภาษีได้หลายแสนบาทต่อปี กุญแจสำคัญคือวางโครงสร้างทุนให้เหมาะสม เก็บหลักฐานรายจ่ายให้ครบ แยกค่าใช้จ่ายส่วนตัวออกจากบริษัท และยื่นแบบให้ตรงเวลา ทั้งหมดนี้เริ่มจาก ระบบบัญชีบริษัท ที่ดี และหากบริษัทมีรายได้จากดอกเบี้ยหรือการขายอสังหาริมทรัพย์ อย่าลืมตรวจสอบ ภาษีธุรกิจเฉพาะ ด้วย
บทความนี้จัดทำเพื่อให้ความรู้ทั่วไป ไม่ใช่คำแนะนำทางภาษีเฉพาะกรณี กฎหมายและมาตรการภาษีอาจเปลี่ยนแปลง ควรตรวจสอบกับกรมสรรพากรหรือผู้สอบบัญชีของบริษัทก่อนตัดสินใจ
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
ภาษีนิติบุคคลกี่เปอร์เซ็นต์
อัตราทั่วไปคือ 20% ของกำไรสุทธิ ส่วนบริษัท SME ที่ทุนชำระแล้วไม่เกิน 5 ล้านบาทและรายได้ไม่เกิน 30 ล้านบาท ได้ยกเว้นกำไร 300,000 บาทแรก เสีย 15% สำหรับกำไรถึง 3 ล้านบาท และ 20% สำหรับส่วนที่เกิน
บริษัทขาดทุนต้องยื่นภาษีนิติบุคคลไหม
ต้องยื่นทั้ง ภ.ง.ด.51 และ ภ.ง.ด.50 แม้ไม่มีภาษีต้องชำระ และผลขาดทุนสามารถยกไปหักกับกำไรได้ไม่เกิน 5 รอบบัญชี
ภ.ง.ด.50 ยื่นเมื่อไร
ยื่นภายใน 150 วันนับจากวันสิ้นรอบบัญชี เช่น ปิดบัญชี 31 ธันวาคม ต้องยื่นภายในปลายเดือนพฤษภาคมของปีถัดไป
ค่าใช้จ่ายส่วนตัวของเจ้าของนำมาหักภาษีบริษัทได้ไหม
ไม่ได้ ค่าใช้จ่ายส่วนตัวถือเป็นรายจ่ายต้องห้ามตามมาตรา 65 ตรี หากตรวจพบจะถูกบวกกลับและต้องเสียภาษีพร้อมเงินเพิ่มและเบี้ยปรับ


