บัญชีบริษัท คืออะไร? หน้าที่ทางบัญชีที่เจ้าของบริษัทต้องรู้ ตั้งแต่ลงบัญชีถึงส่งงบการเงิน

Executive Summary / สาระสำคัญสำหรับผู้บริหาร
- บัญชีบริษัทคือหน้าที่ตามกฎหมาย ไม่ใช่ทางเลือก บริษัทต้องจัดทำบัญชีตั้งแต่วันที่จดทะเบียน มีผู้ทำบัญชีที่มีคุณสมบัติ และให้ผู้สอบบัญชีรับอนุญาตรับรองงบการเงินทุกปี
- ส่งงบการเงินภายใน 1 เดือนหลังประชุมผู้ถือหุ้น ต้องประชุมสามัญผู้ถือหุ้นภายใน 4 เดือนหลังสิ้นรอบบัญชี แล้วส่งงบการเงินผ่าน DBD e-Filing ภายใน 1 เดือนหลังวันประชุม
- บัญชีที่ดีคือเครื่องมือบริหาร ช่วยวางแผนภาษี ขอสินเชื่อ และตัดสินใจทางธุรกิจจากตัวเลขจริง ไม่ใช่แค่ทำเพื่อส่งราชการ
บัญชีบริษัท คืออะไร และเจ้าของบริษัทต้องทำอะไรบ้าง เป็นเรื่องที่ผู้ประกอบการหลายคนเพิ่งมาสนใจตอนใกล้ถึงกำหนดส่งงบการเงิน หรือตอนได้รับจดหมายจากสรรพากร ทั้งที่จริงหน้าที่ทางบัญชีเริ่มตั้งแต่วันแรกที่จดทะเบียนบริษัท และมีผลต่อทั้งภาษี การขอสินเชื่อ และความน่าเชื่อถือของธุรกิจ บทความนี้อธิบายภาพรวมของบัญชีบริษัทแบบเข้าใจง่าย พร้อมปฏิทินหน้าที่ที่ต้องทำทั้งรายเดือนและรายปี
หมายเหตุ: บทความนี้หมายถึง "การทำบัญชีของบริษัท" ตามกฎหมาย หากคุณกำลังมองหาข้อมูลเรื่อง "บัญชีธนาคารในนามบริษัท" ดูหัวข้อท้ายบทความ
บัญชีบริษัท คืออะไร
บัญชีบริษัท คือ ระบบการบันทึก จัดหมวดหมู่ และสรุปรายการทางการเงินทั้งหมดของบริษัท ตั้งแต่รายได้ ค่าใช้จ่าย ทรัพย์สิน หนี้สิน จนถึงส่วนของผู้ถือหุ้น เพื่อจัดทำเป็นงบการเงินที่สะท้อนฐานะและผลการดำเนินงานจริงของกิจการ
ในเชิงกฎหมาย บริษัทจำกัด บริษัทมหาชนจำกัด ห้างหุ้นส่วนจดทะเบียน และนิติบุคคลต่างประเทศที่ประกอบกิจการในไทย มีหน้าที่จัดทำบัญชีตาม พระราชบัญญัติการบัญชี พ.ศ. 2543 โดยมีกรมพัฒนาธุรกิจการค้าเป็นผู้กำกับดูแล
ทำไมบัญชีบริษัทจึงสำคัญ
- ใช้คำนวณภาษี ทั้ง ภาษีนิติบุคคล ภาษีมูลค่าเพิ่ม ภาษีหัก ณ ที่จ่าย และ ภาษีธุรกิจเฉพาะ
- ใช้ขอสินเชื่อ ธนาคารใช้งบการเงินเป็นเอกสารหลักในการพิจารณา สินเชื่อ SME
- ใช้บริหารธุรกิจ รู้ว่าสินค้าไหนกำไรดี ต้นทุนไหนรั่วไหล และเงินสดพอใช้อีกกี่เดือน
- สร้างความน่าเชื่อถือ กับคู่ค้า นักลงทุน และหน่วยงานรัฐ
- ป้องกันโทษทางกฎหมาย ทั้งค่าปรับจากการส่งงบการเงินล่าช้า และเงินเพิ่มหรือเบี้ยปรับทางภาษี
หน้าที่ทางบัญชีของบริษัทตามกฎหมาย
1. เริ่มทำบัญชีตั้งแต่วันจดทะเบียน
บริษัทต้องเริ่มจัดทำบัญชีนับแต่วันที่ได้จดทะเบียนเป็นนิติบุคคล แม้ยังไม่มีรายได้ก็ตาม
2. มีผู้ทำบัญชีที่มีคุณสมบัติ
ผู้ทำบัญชีต้องมีคุณสมบัติตามที่กฎหมายกำหนดและแจ้งข้อมูลต่อกรมพัฒนาธุรกิจการค้า โดยทั่วไปต้องมีวุฒิปริญญาตรีทางการบัญชีหรือเทียบเท่า และต้องอบรมพัฒนาความรู้ต่อเนื่องทุกปี ยกเว้นกิจการขนาดเล็กที่ทุนจดทะเบียนไม่เกิน 5 ล้านบาท สินทรัพย์รวมไม่เกิน 30 ล้านบาท และรายได้รวมไม่เกิน 30 ล้านบาท ซึ่งใช้ผู้ทำบัญชีวุฒิอนุปริญญาหรือ ปวส. ทางการบัญชีได้
3. จัดทำบัญชีที่กฎหมายกำหนด
บัญชีที่ต้องจัดทำ ได้แก่ บัญชีรายวัน (เช่น บัญชีเงินสด บัญชีเงินฝากธนาคาร บัญชีรายวันซื้อ รายวันขาย รายวันทั่วไป) บัญชีแยกประเภท บัญชีสินค้า และบัญชีอื่นตามความจำเป็นของกิจการ โดยต้องลงรายการภายในระยะเวลาที่กรมพัฒนาธุรกิจการค้ากำหนด และต้องมีเอกสารประกอบการลงบัญชีครบถ้วน
4. ปิดบัญชีอย่างน้อยปีละครั้ง
รอบบัญชีมีระยะเวลา 12 เดือน (ยกเว้นรอบแรกหรือกรณีเปลี่ยนรอบบัญชีที่อาจสั้นกว่า) และต้องจัดทำงบการเงินตามมาตรฐานการรายงานทางการเงิน สำหรับบริษัทที่ไม่ได้มีส่วนได้เสียสาธารณะ ส่วนใหญ่ใช้ มาตรฐานการรายงานทางการเงินสำหรับกิจการที่ไม่มีส่วนได้เสียสาธารณะ (TFRS for NPAEs)
5. ให้ผู้สอบบัญชีรับอนุญาตตรวจสอบงบการเงิน
งบการเงินของบริษัทจำกัดทุกแห่งต้องได้รับการตรวจสอบและแสดงความเห็นโดย ผู้สอบบัญชีรับอนุญาต (CPA) ไม่ว่าบริษัทจะเล็กแค่ไหน ส่วนห้างหุ้นส่วนจดทะเบียนขนาดเล็กที่ทุน สินทรัพย์ และรายได้ไม่เกินเกณฑ์ (ทุนไม่เกิน 5 ล้านบาท สินทรัพย์ไม่เกิน 30 ล้านบาท รายได้ไม่เกิน 30 ล้านบาท) ได้รับยกเว้นไม่ต้องให้ CPA ตรวจสอบตามกฎหมายบัญชี แต่ยังต้องมีการตรวจสอบและรับรองตามหลักเกณฑ์ของกรมสรรพากรเพื่อยื่นภาษี
6. เก็บรักษาบัญชีและเอกสาร
ต้องเก็บบัญชีและเอกสารประกอบการลงบัญชีไว้ที่สำนักงานของบริษัท ไม่น้อยกว่า 5 ปี นับจากวันปิดบัญชี และหากเอกสารสูญหายต้องแจ้งภายใน 15 วัน
ขั้นตอนประจำปี: ประชุมผู้ถือหุ้นและส่งงบการเงิน

| ขั้นตอน | กำหนดเวลา | หมายเหตุ |
|---|---|---|
| ปิดบัญชีและจัดทำงบการเงิน | หลังวันสิ้นรอบบัญชี | ผู้ทำบัญชีจัดทำ |
| ผู้สอบบัญชีตรวจสอบงบการเงิน | ก่อนประชุมผู้ถือหุ้น | ต้องเผื่อเวลาให้ผู้สอบบัญชีทำงาน |
| ประชุมสามัญผู้ถือหุ้นอนุมัติงบ | ภายใน 4 เดือนนับจากวันสิ้นรอบบัญชี | ประชุมผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์ได้ |
| ส่งงบการเงินต่อกรมพัฒนาธุรกิจการค้า | ภายใน 1 เดือนนับจากวันประชุม | ยื่นผ่านระบบ DBD e-Filing |
| ยื่นบัญชีรายชื่อผู้ถือหุ้น (บอจ.5) | ภายใน 14 วันนับจากวันประชุม | ยื่นทุกปีแม้ผู้ถือหุ้นไม่เปลี่ยน |
| ยื่น ภ.ง.ด.50 ต่อกรมสรรพากร | ภายใน 150 วันนับจากวันสิ้นรอบบัญชี | แนบงบการเงินที่ตรวจสอบแล้ว |
สำหรับบริษัทที่ปิดรอบบัญชี 31 ธันวาคม หมายความว่าต้องประชุมผู้ถือหุ้นภายใน 30 เมษายน และส่งงบการเงินภายในปลายเดือนพฤษภาคม การส่งงบการเงินล่าช้าหรือไม่ส่ง มีโทษปรับทั้งบริษัทและกรรมการผู้มีอำนาจ
ปฏิทินหน้าที่ทางภาษีรายเดือนที่ต้องทำควบคู่

| แบบ | ใช้เมื่อ | กำหนดยื่น (แบบกระดาษ) |
|---|---|---|
| ภ.ง.ด.1 | หักภาษี ณ ที่จ่ายเงินเดือนพนักงาน | ภายในวันที่ 7 ของเดือนถัดไป |
| ภ.ง.ด.3 / ภ.ง.ด.53 | หักภาษี ณ ที่จ่ายเมื่อจ่ายค่าบริการ ค่าเช่า ฯลฯ ให้บุคคลธรรมดา / นิติบุคคล | ภายในวันที่ 7 ของเดือนถัดไป |
| ภ.พ.30 | ยื่นภาษีมูลค่าเพิ่ม (กรณีจด VAT) | ภายในวันที่ 15 ของเดือนถัดไป |
| ภ.ธ.40 | ยื่นภาษีธุรกิจเฉพาะ (ถ้ามี) | ภายในวันที่ 15 ของเดือนถัดไป |
| สปส.1-10 | นำส่งเงินสมทบประกันสังคม | ภายในวันที่ 15 ของเดือนถัดไป |
การยื่นแบบภาษีผ่านอินเทอร์เน็ตมักได้รับขยายเวลาเพิ่มเติมจากกำหนดแบบกระดาษ ตามประกาศของกรมสรรพากรในแต่ละช่วง นอกจากนี้ยังมีหน้าที่รายปีอื่น เช่น ภ.ง.ด.1ก (สรุปเงินเดือนทั้งปี ยื่นภายในสิ้นเดือนกุมภาพันธ์) และ ภ.ง.ด.51 (ภาษีครึ่งปี)
ทำบัญชีเอง จ้างพนักงานบัญชี หรือจ้างสำนักงานบัญชีดี
| ทางเลือก | เหมาะกับ | ข้อดี | ข้อควรระวัง |
|---|---|---|---|
| จ้างสำนักงานบัญชี | บริษัทเล็ก รายการไม่มาก | ต้นทุนต่ำกว่า ได้ผู้เชี่ยวชาญหลายด้าน | ต้องส่งเอกสารให้ตรงเวลา ข้อมูลอาจไม่เรียลไทม์ |
| จ้างพนักงานบัญชีประจำ | บริษัทที่มีรายการมาก ต้องการข้อมูลบริหารทุกวัน | ควบคุมงานได้ใกล้ชิด | ต้นทุนเงินเดือน และต้องมีผู้ทำบัญชีที่มีคุณสมบัติ |
| ผสมผสาน | บริษัทขนาดกลาง | พนักงานบันทึกรายการ สำนักงานบัญชีตรวจทานและปิดงบ | ต้องแบ่งความรับผิดชอบให้ชัด |
ไม่ว่าจะเลือกทางไหน กรรมการบริษัทยังคงเป็นผู้รับผิดชอบตามกฎหมาย ในการจัดให้มีการทำบัญชีที่ถูกต้อง จึงควรตรวจสอบรายงานอย่างน้อยเดือนละครั้ง
7 นิสัยบัญชีที่ดีสำหรับเจ้าของ SME
- แยกบัญชีธนาคารบริษัทออกจากบัญชีส่วนตัว ทุกรายรับรายจ่ายต้องผ่านบัญชีบริษัท
- เก็บเอกสารทุกรายการ ใบกำกับภาษี ใบเสร็จ ใบสำคัญจ่าย และหนังสือรับรองการหักภาษี ณ ที่จ่าย
- ขอใบกำกับภาษีเต็มรูปในนามบริษัท เพื่อนำภาษีซื้อมาหักและใช้เป็นค่าใช้จ่ายได้
- ใช้ระบบบัญชีออนไลน์และ e-Tax Invoice ลดงานเอกสารและความผิดพลาด
- ปิดยอดและกระทบยอดเงินฝากธนาคารทุกเดือน
- ดูงบกำไรขาดทุนและกระแสเงินสดรายเดือน ไม่รอจนถึงสิ้นปี
- วางแผนภาษีล่วงหน้าก่อนสิ้นรอบบัญชี ไม่ใช่หลังปิดงบไปแล้ว
แล้ว "บัญชีธนาคารบริษัท" ต้องเปิดอย่างไร
หลังจดทะเบียนบริษัทแล้ว ควรเปิดบัญชีธนาคารในนามบริษัทโดยเร็ว เอกสารที่ธนาคารมักขอ ได้แก่ หนังสือรับรองบริษัท (อายุไม่เกิน 1–3 เดือน) หนังสือบริคณห์สนธิ รายงานการประชุมหรือหนังสือมอบอำนาจให้เปิดบัญชี บัตรประชาชนของกรรมการผู้มีอำนาจลงนาม และตราประทับบริษัท (ถ้ามี) ธนาคารที่เลือกเปิดบัญชีหลักควรเป็นธนาคารที่คุณมีแผนจะขอวงเงินในอนาคต เพราะประวัติเดินบัญชีคือหลักฐานสำคัญในการพิจารณา สินเชื่อ SME
สรุป
บัญชีบริษัทคือระบบบันทึกและรายงานการเงินที่บริษัททุกแห่งต้องทำตามกฎหมาย ตั้งแต่มีผู้ทำบัญชี จัดทำบัญชีและเอกสารให้ครบ ให้ผู้สอบบัญชีรับรองงบ ไปจนถึงส่งงบการเงินและยื่นภาษีตามกำหนด เมื่อทำอย่างเป็นระบบ บัญชีจะไม่ใช่ภาระ แต่เป็นเครื่องมือที่ช่วยให้เจ้าของธุรกิจเห็นตัวเลขจริง วางแผนภาษีได้ และเข้าถึงแหล่งเงินทุนได้ง่ายขึ้น
บทความนี้จัดทำเพื่อให้ความรู้ทั่วไป หลักเกณฑ์และกำหนดเวลาอาจเปลี่ยนแปลงตามประกาศของกรมพัฒนาธุรกิจการค้าและกรมสรรพากร ควรตรวจสอบกับผู้ทำบัญชีหรือผู้สอบบัญชีของบริษัท
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
บริษัทไม่มีรายได้ต้องทำบัญชีไหม
ต้องทำ บริษัทมีหน้าที่จัดทำบัญชี ปิดงบการเงิน ให้ผู้สอบบัญชีรับรอง และส่งงบการเงินทุกปีแม้ไม่มีรายได้หรือยังไม่เริ่มดำเนินกิจการ รวมถึงต้องยื่นแบบภาษีตามกำหนด
เจ้าของบริษัททำบัญชีเองได้ไหม
ทำได้หากมีคุณสมบัติเป็นผู้ทำบัญชีตามที่กฎหมายกำหนด คือมีวุฒิปริญญาตรีทางการบัญชี (หรืออนุปริญญา/ปวส. ทางการบัญชีสำหรับกิจการขนาดเล็ก) และอบรมต่อเนื่องทุกปี หากไม่มีคุณสมบัติต้องจ้างผู้ทำบัญชีหรือสำนักงานบัญชี
ส่งงบการเงินบริษัทเมื่อไร
ต้องประชุมผู้ถือหุ้นอนุมัติงบภายใน 4 เดือนหลังสิ้นรอบบัญชี และส่งงบการเงินผ่านระบบ DBD e-Filing ภายใน 1 เดือนนับจากวันประชุม
ต้องเก็บเอกสารบัญชีไว้กี่ปี
ต้องเก็บบัญชีและเอกสารประกอบการลงบัญชีไว้ไม่น้อยกว่า 5 ปีนับจากวันปิดบัญชี และอาจถูกสั่งให้เก็บนานขึ้นได้ในบางกรณี


