ข้ามไปยังเนื้อหาหลัก
ภาษี บัญชี & กฎหมายธุรกิจบทวิเคราะห์โดยกองบรรณาธิการ

ภาษีธุรกิจเฉพาะ คืออะไร ใครต้องเสีย อัตราเท่าไร พร้อมวิธีคำนวณ ฉบับเข้าใจง่าย

ภาพปกบทความ "ภาษีธุรกิจเฉพาะ คืออะไร?" อัตรา 3.3% ใครต้องเสีย พร้อมวิธีคำนวณ — ภาพประกอบภาษีธุรกิจเฉพาะ: อาคารธนาคารและบ้านที่อยู่อาศัย พร้อมเหรียญสัญลักษณ์เปอร์เซ็นต์ภาษีและใบเสร็จ

Executive Summary / สาระสำคัญสำหรับผู้บริหาร

7 MINUTES BRIEF
  1. ภาษีธุรกิจเฉพาะเก็บจากรายรับ ไม่ใช่กำไร จัดเก็บจากรายรับก่อนหักรายจ่ายของกิจการเฉพาะบางประเภท เช่น ธนาคาร สินเชื่อ ประกันชีวิต โรงรับจำนำ และการขายอสังหาริมทรัพย์เชิงการค้า
  2. อัตราที่เจอบ่อยที่สุดคือ 3.3% อัตรา 3% บวกภาษีท้องถิ่นอีก 10% ของภาษีที่ต้องชำระ รวมเป็น 3.3% ใช้กับการขายอสังหาริมทรัพย์และธุรกิจแบบธนาคาร
  3. ขายบ้านเกิน 5 ปี หรือมีชื่อในทะเบียนบ้านครบ 1 ปี ได้รับยกเว้น เมื่อได้รับยกเว้นภาษีธุรกิจเฉพาะ จะต้องเสียอากรแสตมป์ 0.5% แทน โดยไม่ต้องเสียซ้ำทั้งสองอย่าง

ภาษีธุรกิจเฉพาะ เป็นภาษีที่หลายคนรู้จักครั้งแรกตอนขายบ้านหรือคอนโด แล้วพบว่าต้องจ่ายภาษีที่กรมที่ดินสูงกว่าที่คิด แต่ความจริงภาษีตัวนี้ครอบคลุมกว้างกว่านั้นมาก ทั้งธนาคาร ธุรกิจปล่อยสินเชื่อ ประกันชีวิต โรงรับจำนำ ไปจนถึงบริษัทที่ซื้อขายที่ดินเป็นทางค้า บทความนี้สรุปให้ครบว่าภาษีธุรกิจเฉพาะคืออะไร ใครต้องเสีย อัตราเท่าไร คำนวณอย่างไร และกรณีไหนได้รับยกเว้น เพื่อให้เจ้าของธุรกิจและผู้ที่กำลังจะขายอสังหาริมทรัพย์วางแผนภาษีได้ถูกต้องตั้งแต่ต้น

ภาษีธุรกิจเฉพาะ คืออะไร

ภาษีธุรกิจเฉพาะ (Specific Business Tax หรือ SBT) คือภาษีทางอ้อมที่กรมสรรพากรจัดเก็บจาก กิจการบางประเภทที่กฎหมายกำหนดไว้เป็นการเฉพาะ ตามประมวลรัษฎากร มาตรา 91 เป็นต้นไป กิจการกลุ่มนี้ส่วนใหญ่มีลักษณะเป็นธุรกิจการเงินหรือธุรกิจที่คำนวณภาษีมูลค่าเพิ่มได้ยาก รัฐจึงเลือกเก็บภาษีจาก "รายรับ" แทนการเก็บจากมูลค่าที่เพิ่มขึ้นแบบ VAT

จุดสำคัญที่ต้องจำคือ ภาษีธุรกิจเฉพาะ คำนวณจากรายรับก่อนหักรายจ่ายใดๆ ต่อให้กิจการขาดทุนก็ยังต้องเสีย และรายรับส่วนที่เสียภาษีธุรกิจเฉพาะแล้ว จะไม่ต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่มซ้ำอีก

ภาษีธุรกิจเฉพาะ ต่างจาก VAT อย่างไร

ประเด็นภาษีธุรกิจเฉพาะ (SBT)ภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT)
ผู้ที่ต้องเสียเฉพาะกิจการที่กฎหมายระบุผู้ขายสินค้า/บริการที่รายรับเกิน 1.8 ล้านบาทต่อปี
ฐานภาษีรายรับก่อนหักรายจ่ายมูลค่าสินค้าหรือบริการ
อัตรา0.01%–3% (บวกภาษีท้องถิ่น 10% ของภาษี)7% (อัตราลดชั่วคราวถึง 30 ก.ย. 2570)
เครดิตภาษีไม่มีภาษีซื้อมาหักได้นำภาษีซื้อมาหักภาษีขายได้
แบบที่ใช้ยื่นภ.ธ.40ภ.พ.30

กิจการไหนบ้างที่ต้องเสียภาษีธุรกิจเฉพาะ

ตามประมวลรัษฎากร กิจการที่อยู่ในข่ายต้องเสียภาษีธุรกิจเฉพาะ มีดังนี้

  • การธนาคาร ตามกฎหมายว่าด้วยการธนาคารพาณิชย์ หรือกฎหมายเฉพาะ
  • ธุรกิจเงินทุน ธุรกิจหลักทรัพย์ และธุรกิจเครดิตฟองซิเอร์
  • การรับประกันชีวิต ตามกฎหมายว่าด้วยการประกันชีวิต
  • การรับจำนำ ตามกฎหมายว่าด้วยโรงรับจำนำ
  • การประกอบกิจการโดยปกติเยี่ยงธนาคารพาณิชย์ เช่น บริษัทที่ปล่อยกู้ให้ดอกเบี้ยเป็นปกติธุระ บริษัทลีสซิ่ง เช่าซื้อ หรือการให้กู้ยืมแก่บริษัทในเครือที่ทำเป็นประจำ
  • การขายอสังหาริมทรัพย์เป็นทางค้าหรือหากำไร ไม่ว่าจะได้มาด้วยวิธีใด
  • การขายหลักทรัพย์ในตลาดหลักทรัพย์ หรือที่เรียกกันว่า "ภาษีขายหุ้น" ซึ่งเริ่มจัดเก็บจริงตั้งแต่ปี 2566 โดยโบรกเกอร์เป็นผู้หักและนำส่งแทนนักลงทุน
  • การขายคืนหลักทรัพย์ตามสัญญาขายคืน (Repo)
  • ธุรกิจแฟคตอริง (Factoring)
  • กิจการอื่นที่กำหนดเพิ่มเติมโดยพระราชกฤษฎีกา

ข้อสังเกตสำหรับเจ้าของ SME: หากบริษัทของคุณให้เงินกู้ยืมกับกรรมการหรือบริษัทในเครือแล้วคิดดอกเบี้ยเป็นประจำ รายได้ดอกเบี้ยนั้นอาจถูกตีความว่าเป็น "การประกอบกิจการเยี่ยงธนาคารพาณิชย์" และต้องเสียภาษีธุรกิจเฉพาะด้วย ควรปรึกษาผู้ทำบัญชีก่อนทำสัญญากู้ยืมระหว่างกัน

อัตราภาษีธุรกิจเฉพาะ ล่าสุด

อัตราภาษีธุรกิจเฉพาะแบ่งตามประเภทกิจการ และทุกอัตราต้องบวก ภาษีท้องถิ่นอีก 10% ของภาษีธุรกิจเฉพาะที่ต้องชำระ ตัวเลขที่ผู้เสียภาษีจ่ายจริงจึงสูงกว่าอัตราตามกฎหมายเล็กน้อย

ประเภทกิจการอัตราตามกฎหมายรวมภาษีท้องถิ่น (จ่ายจริง)
ธนาคาร ธุรกิจเงินทุน หลักทรัพย์ เครดิตฟองซิเอร์ (ดอกเบี้ย ส่วนลด ค่าธรรมเนียม กำไรจากการแลกเปลี่ยนเงินตรา)3.0%3.3%
รายรับของกิจการบางประเภทตามพระราชกฤษฎีกา (ฉบับที่ 469)0.01%0.011%
ประกันชีวิต (ดอกเบี้ย ค่าธรรมเนียม)2.5%2.75%
โรงรับจำนำ (ดอกเบี้ย ค่าธรรมเนียม เงินที่ได้จากการขายของหลุดจำนำ)2.5%2.75%
ประกอบกิจการเยี่ยงธนาคารพาณิชย์3.0%3.3%
ขายอสังหาริมทรัพย์เป็นทางค้าหรือหากำไร3.0%3.3%
ขายหลักทรัพย์ในตลาดหลักทรัพย์ (ภาษีขายหุ้น)0.1%0.11%
ขายคืนหลักทรัพย์ตามสัญญาขายคืน3.0%3.3%
แฟคตอริง3.0%3.3%

ภาษีธุรกิจเฉพาะ ขายบ้าน-ที่ดิน-คอนโด ต้องรู้อะไรบ้าง

กรณีที่คนทั่วไปเจอบ่อยที่สุดคือการขายอสังหาริมทรัพย์ ทั้งในนามบุคคลธรรมดาและนิติบุคคล หลักการสำคัญมีดังนี้

ภาพประกอบการขายบ้านและที่ดิน: บ้านพร้อมกุญแจ และปฏิทินที่ไฮไลต์ระยะเวลาถือครองหลายปี
การขายอสังหาริมทรัพย์จะเสียภาษีธุรกิจเฉพาะหรือไม่ ขึ้นกับระยะเวลาถือครองและการมีชื่อในทะเบียนบ้าน

ฐานภาษีใช้ราคาที่สูงกว่า

ภาษีธุรกิจเฉพาะสำหรับอสังหาริมทรัพย์ คำนวณจาก ราคาซื้อขายจริง หรือราคาประเมินของกรมธนารักษ์ แล้วแต่ราคาไหนสูงกว่า และชำระที่สำนักงานที่ดินในวันจดทะเบียนโอนกรรมสิทธิ์ ไม่ต้องยื่นแบบ ภ.ธ.40 แยกต่างหาก (กรณีบุคคลธรรมดา)

กรณีบุคคลธรรมดาที่ต้องเสีย

บุคคลธรรมดาที่ขายอสังหาริมทรัพย์ ภายใน 5 ปีนับจากวันที่ได้มา ถือว่าขายเป็นทางค้าหรือหากำไร และต้องเสียภาษีธุรกิจเฉพาะ 3.3%

กรณีที่ได้รับยกเว้น

  • ถือครองอสังหาริมทรัพย์ เกิน 5 ปี นับจากวันที่ได้มา
  • ขายอสังหาริมทรัพย์ที่ใช้เป็นที่อยู่อาศัยหลัก และ มีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้านหลังนั้นไม่น้อยกว่า 1 ปี นับจากวันที่ได้มา
  • ได้อสังหาริมทรัพย์มาโดย ทางมรดก (กรณีบุคคลธรรมดา)
  • ถูกเวนคืนตามกฎหมาย
  • โอนให้บุตรชอบด้วยกฎหมายโดยไม่มีค่าตอบแทน (ไม่รวมบุตรบุญธรรม)

เมื่อได้รับยกเว้นภาษีธุรกิจเฉพาะแล้ว ผู้ขายจะต้องเสีย อากรแสตมป์ 0.5% ของราคาขายหรือราคาประเมินที่สูงกว่าแทน โดยไม่ต้องเสียซ้ำกัน

กรณีนิติบุคคลขายอสังหาริมทรัพย์

บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลที่ขายอสังหาริมทรัพย์ โดยทั่วไปถือว่าเป็นการขายเป็นทางค้าหรือหากำไร ต้องเสียภาษีธุรกิจเฉพาะ 3.3% ไม่ว่าจะถือครองนานแค่ไหน ยกเว้นกรณีเฉพาะที่กฎหมายกำหนด เช่น การโอนเพื่อปรับโครงสร้างกิจการตามหลักเกณฑ์ของกรมสรรพากร นอกจากนี้ยังต้องถูกหักภาษี ณ ที่จ่าย 1% และนำกำไรไปรวมคำนวณ ภาษีเงินได้นิติบุคคล ปลายปีด้วย

วิธีคำนวณภาษีธุรกิจเฉพาะ พร้อมตัวอย่าง

สูตรพื้นฐานคือ

ภาษีธุรกิจเฉพาะ = ฐานภาษี × อัตราภาษี และ ภาษีท้องถิ่น = ภาษีธุรกิจเฉพาะ × 10%

ภาพประกอบการคำนวณภาษีธุรกิจเฉพาะ: เครื่องคิดเลข ใบเสร็จรายรับ และกองเหรียญ
ภาษีธุรกิจเฉพาะคำนวณจากรายรับก่อนหักรายจ่าย แล้วบวกภาษีท้องถิ่นอีก 10% ของภาษีที่ต้องชำระ

ตัวอย่างที่ 1: ขายคอนโดที่ถือครองมา 2 ปี

นาย ก. ซื้อคอนโดเมื่อ 2 ปีก่อนและไม่ได้ย้ายชื่อเข้าทะเบียนบ้าน ขายต่อในราคา 4,000,000 บาท ราคาประเมินของกรมธนารักษ์ 3,500,000 บาท

  • ฐานภาษี = 4,000,000 บาท (ใช้ราคาที่สูงกว่า)
  • ภาษีธุรกิจเฉพาะ 3% = 120,000 บาท
  • ภาษีท้องถิ่น 10% ของภาษี = 12,000 บาท
  • รวมจ่าย 132,000 บาท (เทียบกับอากรแสตมป์ 0.5% ที่จะจ่ายเพียง 20,000 บาท หากได้รับยกเว้น)

ตัวอย่างนี้ชี้ให้เห็นว่า การย้ายชื่อเข้าทะเบียนบ้านให้ครบ 1 ปีก่อนขาย ช่วยประหยัดภาษีได้กว่าแสนบาท

ตัวอย่างที่ 2: บริษัทปล่อยสินเชื่อ

บริษัท ข. ประกอบธุรกิจให้กู้ยืมเงินแก่ผู้ประกอบการ มีรายได้ดอกเบี้ยเดือนกันยายน 1,000,000 บาท

  • ภาษีธุรกิจเฉพาะ 3% = 30,000 บาท
  • ภาษีท้องถิ่น = 3,000 บาท
  • ยื่น ภ.ธ.40 และชำระ 33,000 บาท ภายในวันที่ 15 ตุลาคม

การจดทะเบียนและยื่นแบบ ภ.ธ.40

ผู้ประกอบกิจการที่ต้องเสียภาษีธุรกิจเฉพาะ (ยกเว้นกรณีขายอสังหาริมทรัพย์ครั้งคราวของบุคคลธรรมดา) มีหน้าที่ดังนี้

  1. จดทะเบียนภาษีธุรกิจเฉพาะ (แบบ ภ.ธ.01) ภายใน 30 วันนับจากวันที่เริ่มประกอบกิจการ
  2. ยื่นแบบ ภ.ธ.40 เป็นรายเดือน ภายในวันที่ 15 ของเดือนถัดไป แม้เดือนนั้นจะไม่มีรายรับก็ต้องยื่น
  3. ยื่นผ่านอินเทอร์เน็ต ที่เว็บไซต์กรมสรรพากรได้ โดยต้องลงทะเบียนใช้ระบบก่อน หากวันที่ 15 ตรงกับวันหยุดราชการ ให้ยื่นได้ภายในวันทำการถัดไป
  4. บันทึกรายรับให้ครบถ้วน และเก็บเอกสารประกอบไว้ตรวจสอบ

บทลงโทษเมื่อยื่นช้าหรือไม่ยื่น

  • เงินเพิ่ม 1.5% ต่อเดือน ของภาษีที่ต้องชำระ (เศษของเดือนนับเป็นหนึ่งเดือน) แต่ไม่เกินจำนวนภาษีที่ต้องชำระ
  • เบี้ยปรับ 1–2 เท่าของภาษีที่ต้องชำระ ขึ้นอยู่กับกรณี และอาจขอลดได้ตามระเบียบกรมสรรพากร
  • โทษอาญา กรณีจงใจไม่ยื่นแบบเพื่อหลีกเลี่ยงภาษี

5 ข้อผิดพลาดเรื่องภาษีธุรกิจเฉพาะที่พบบ่อย

  1. นับระยะถือครองผิด ระยะ 5 ปีนับจากวันที่ได้กรรมสิทธิ์ตามโฉนด ไม่ใช่วันทำสัญญาจะซื้อจะขาย
  2. ย้ายชื่อเข้าทะเบียนบ้านไม่ทัน สิทธิยกเว้นต้องมีชื่อครบ 1 ปีก่อนวันโอน
  3. คิดว่าขาดทุนแล้วไม่ต้องเสีย ภาษีธุรกิจเฉพาะคิดจากรายรับ ไม่ใช่กำไร
  4. ลืมรายได้ดอกเบี้ยรับระหว่างบริษัทในเครือ ซึ่งอาจเข้าข่ายกิจการเยี่ยงธนาคารพาณิชย์
  5. ไม่ยื่นแบบในเดือนที่ไม่มีรายรับ กิจการที่จดทะเบียนแล้วต้องยื่น ภ.ธ.40 ทุกเดือน

สรุป

ภาษีธุรกิจเฉพาะเป็นภาษีที่คำนวณไม่ยาก แต่ผิดพลาดได้ง่ายหากไม่เข้าใจเงื่อนไข โดยเฉพาะเรื่องระยะเวลาถือครองอสังหาริมทรัพย์และการตีความกิจการเยี่ยงธนาคารพาณิชย์ สำหรับผู้ประกอบการ การวางระบบบัญชีให้แยกรายรับที่ต้องเสียภาษีธุรกิจเฉพาะออกจากรายรับที่ต้องเสีย VAT ตั้งแต่ต้น จะช่วยลดความเสี่ยงได้มาก อ่านต่อเรื่อง บัญชีบริษัท คืออะไร เพื่อวางระบบบัญชีให้รองรับภาษีทุกประเภท

บทความนี้จัดทำเพื่อให้ความรู้ทั่วไป ไม่ใช่คำแนะนำทางภาษีเฉพาะกรณี อัตราและเงื่อนไขอาจเปลี่ยนแปลงตามประกาศกรมสรรพากร ควรตรวจสอบกับกรมสรรพากร (โทร 1161) หรือผู้เชี่ยวชาญด้านภาษีก่อนตัดสินใจ

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

ภาษีธุรกิจเฉพาะ 3.3% คิดจากอะไร

คิดจากรายรับก่อนหักรายจ่าย สำหรับการขายอสังหาริมทรัพย์ใช้ราคาขายจริงหรือราคาประเมินของกรมธนารักษ์ แล้วแต่ราคาไหนสูงกว่า อัตรา 3% บวกภาษีท้องถิ่นอีก 10% ของภาษี รวมเป็น 3.3%

ขายบ้านกี่ปีถึงไม่ต้องเสียภาษีธุรกิจเฉพาะ

บุคคลธรรมดาที่ถือครองเกิน 5 ปี หรือมีชื่อในทะเบียนบ้านหลังนั้นไม่น้อยกว่า 1 ปี ได้รับยกเว้นภาษีธุรกิจเฉพาะ แต่ต้องเสียอากรแสตมป์ 0.5% แทน

ภาษีธุรกิจเฉพาะกับอากรแสตมป์ ต้องจ่ายทั้งสองอย่างไหม

ไม่ต้อง หากต้องเสียภาษีธุรกิจเฉพาะแล้วจะได้รับยกเว้นอากรแสตมป์ และหากได้รับยกเว้นภาษีธุรกิจเฉพาะจึงจะเสียอากรแสตมป์ 0.5% แทน

ภ.ธ.40 ต้องยื่นเมื่อไร

ยื่นเป็นรายเดือนภายในวันที่ 15 ของเดือนถัดไป แม้เดือนนั้นจะไม่มีรายรับก็ต้องยื่น โดยยื่นผ่านเว็บไซต์กรมสรรพากรได้

แหล่งอ้างอิง

ศูนย์รวมข่าวสารองค์กรและผู้นำธุรกิจ

พร้อมส่งต่อเรื่องราวและแถลงการณ์องค์กรของคุณสู่สื่อมวลชนชั้นนำแล้วหรือยัง?

เผยแพร่ข่าวประชาสัมพันธ์ แถลงการณ์ และวิสัยทัศน์องค์กรสู่เครือข่ายสื่อมวลชน นักลงทุน และผู้บริหารชั้นนำทั่วประเทศผ่าน bizzenter syndication hub