ภาษีธุรกิจเฉพาะ คืออะไร ใครต้องเสีย อัตราเท่าไร พร้อมวิธีคำนวณ ฉบับเข้าใจง่าย

Executive Summary / สาระสำคัญสำหรับผู้บริหาร
- ภาษีธุรกิจเฉพาะเก็บจากรายรับ ไม่ใช่กำไร จัดเก็บจากรายรับก่อนหักรายจ่ายของกิจการเฉพาะบางประเภท เช่น ธนาคาร สินเชื่อ ประกันชีวิต โรงรับจำนำ และการขายอสังหาริมทรัพย์เชิงการค้า
- อัตราที่เจอบ่อยที่สุดคือ 3.3% อัตรา 3% บวกภาษีท้องถิ่นอีก 10% ของภาษีที่ต้องชำระ รวมเป็น 3.3% ใช้กับการขายอสังหาริมทรัพย์และธุรกิจแบบธนาคาร
- ขายบ้านเกิน 5 ปี หรือมีชื่อในทะเบียนบ้านครบ 1 ปี ได้รับยกเว้น เมื่อได้รับยกเว้นภาษีธุรกิจเฉพาะ จะต้องเสียอากรแสตมป์ 0.5% แทน โดยไม่ต้องเสียซ้ำทั้งสองอย่าง
ภาษีธุรกิจเฉพาะ เป็นภาษีที่หลายคนรู้จักครั้งแรกตอนขายบ้านหรือคอนโด แล้วพบว่าต้องจ่ายภาษีที่กรมที่ดินสูงกว่าที่คิด แต่ความจริงภาษีตัวนี้ครอบคลุมกว้างกว่านั้นมาก ทั้งธนาคาร ธุรกิจปล่อยสินเชื่อ ประกันชีวิต โรงรับจำนำ ไปจนถึงบริษัทที่ซื้อขายที่ดินเป็นทางค้า บทความนี้สรุปให้ครบว่าภาษีธุรกิจเฉพาะคืออะไร ใครต้องเสีย อัตราเท่าไร คำนวณอย่างไร และกรณีไหนได้รับยกเว้น เพื่อให้เจ้าของธุรกิจและผู้ที่กำลังจะขายอสังหาริมทรัพย์วางแผนภาษีได้ถูกต้องตั้งแต่ต้น
ภาษีธุรกิจเฉพาะ คืออะไร
ภาษีธุรกิจเฉพาะ (Specific Business Tax หรือ SBT) คือภาษีทางอ้อมที่กรมสรรพากรจัดเก็บจาก กิจการบางประเภทที่กฎหมายกำหนดไว้เป็นการเฉพาะ ตามประมวลรัษฎากร มาตรา 91 เป็นต้นไป กิจการกลุ่มนี้ส่วนใหญ่มีลักษณะเป็นธุรกิจการเงินหรือธุรกิจที่คำนวณภาษีมูลค่าเพิ่มได้ยาก รัฐจึงเลือกเก็บภาษีจาก "รายรับ" แทนการเก็บจากมูลค่าที่เพิ่มขึ้นแบบ VAT
จุดสำคัญที่ต้องจำคือ ภาษีธุรกิจเฉพาะ คำนวณจากรายรับก่อนหักรายจ่ายใดๆ ต่อให้กิจการขาดทุนก็ยังต้องเสีย และรายรับส่วนที่เสียภาษีธุรกิจเฉพาะแล้ว จะไม่ต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่มซ้ำอีก
ภาษีธุรกิจเฉพาะ ต่างจาก VAT อย่างไร
| ประเด็น | ภาษีธุรกิจเฉพาะ (SBT) | ภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) |
|---|---|---|
| ผู้ที่ต้องเสีย | เฉพาะกิจการที่กฎหมายระบุ | ผู้ขายสินค้า/บริการที่รายรับเกิน 1.8 ล้านบาทต่อปี |
| ฐานภาษี | รายรับก่อนหักรายจ่าย | มูลค่าสินค้าหรือบริการ |
| อัตรา | 0.01%–3% (บวกภาษีท้องถิ่น 10% ของภาษี) | 7% (อัตราลดชั่วคราวถึง 30 ก.ย. 2570) |
| เครดิตภาษี | ไม่มีภาษีซื้อมาหักได้ | นำภาษีซื้อมาหักภาษีขายได้ |
| แบบที่ใช้ยื่น | ภ.ธ.40 | ภ.พ.30 |
กิจการไหนบ้างที่ต้องเสียภาษีธุรกิจเฉพาะ
ตามประมวลรัษฎากร กิจการที่อยู่ในข่ายต้องเสียภาษีธุรกิจเฉพาะ มีดังนี้
- การธนาคาร ตามกฎหมายว่าด้วยการธนาคารพาณิชย์ หรือกฎหมายเฉพาะ
- ธุรกิจเงินทุน ธุรกิจหลักทรัพย์ และธุรกิจเครดิตฟองซิเอร์
- การรับประกันชีวิต ตามกฎหมายว่าด้วยการประกันชีวิต
- การรับจำนำ ตามกฎหมายว่าด้วยโรงรับจำนำ
- การประกอบกิจการโดยปกติเยี่ยงธนาคารพาณิชย์ เช่น บริษัทที่ปล่อยกู้ให้ดอกเบี้ยเป็นปกติธุระ บริษัทลีสซิ่ง เช่าซื้อ หรือการให้กู้ยืมแก่บริษัทในเครือที่ทำเป็นประจำ
- การขายอสังหาริมทรัพย์เป็นทางค้าหรือหากำไร ไม่ว่าจะได้มาด้วยวิธีใด
- การขายหลักทรัพย์ในตลาดหลักทรัพย์ หรือที่เรียกกันว่า "ภาษีขายหุ้น" ซึ่งเริ่มจัดเก็บจริงตั้งแต่ปี 2566 โดยโบรกเกอร์เป็นผู้หักและนำส่งแทนนักลงทุน
- การขายคืนหลักทรัพย์ตามสัญญาขายคืน (Repo)
- ธุรกิจแฟคตอริง (Factoring)
- กิจการอื่นที่กำหนดเพิ่มเติมโดยพระราชกฤษฎีกา
ข้อสังเกตสำหรับเจ้าของ SME: หากบริษัทของคุณให้เงินกู้ยืมกับกรรมการหรือบริษัทในเครือแล้วคิดดอกเบี้ยเป็นประจำ รายได้ดอกเบี้ยนั้นอาจถูกตีความว่าเป็น "การประกอบกิจการเยี่ยงธนาคารพาณิชย์" และต้องเสียภาษีธุรกิจเฉพาะด้วย ควรปรึกษาผู้ทำบัญชีก่อนทำสัญญากู้ยืมระหว่างกัน
อัตราภาษีธุรกิจเฉพาะ ล่าสุด
อัตราภาษีธุรกิจเฉพาะแบ่งตามประเภทกิจการ และทุกอัตราต้องบวก ภาษีท้องถิ่นอีก 10% ของภาษีธุรกิจเฉพาะที่ต้องชำระ ตัวเลขที่ผู้เสียภาษีจ่ายจริงจึงสูงกว่าอัตราตามกฎหมายเล็กน้อย
| ประเภทกิจการ | อัตราตามกฎหมาย | รวมภาษีท้องถิ่น (จ่ายจริง) |
|---|---|---|
| ธนาคาร ธุรกิจเงินทุน หลักทรัพย์ เครดิตฟองซิเอร์ (ดอกเบี้ย ส่วนลด ค่าธรรมเนียม กำไรจากการแลกเปลี่ยนเงินตรา) | 3.0% | 3.3% |
| รายรับของกิจการบางประเภทตามพระราชกฤษฎีกา (ฉบับที่ 469) | 0.01% | 0.011% |
| ประกันชีวิต (ดอกเบี้ย ค่าธรรมเนียม) | 2.5% | 2.75% |
| โรงรับจำนำ (ดอกเบี้ย ค่าธรรมเนียม เงินที่ได้จากการขายของหลุดจำนำ) | 2.5% | 2.75% |
| ประกอบกิจการเยี่ยงธนาคารพาณิชย์ | 3.0% | 3.3% |
| ขายอสังหาริมทรัพย์เป็นทางค้าหรือหากำไร | 3.0% | 3.3% |
| ขายหลักทรัพย์ในตลาดหลักทรัพย์ (ภาษีขายหุ้น) | 0.1% | 0.11% |
| ขายคืนหลักทรัพย์ตามสัญญาขายคืน | 3.0% | 3.3% |
| แฟคตอริง | 3.0% | 3.3% |
ภาษีธุรกิจเฉพาะ ขายบ้าน-ที่ดิน-คอนโด ต้องรู้อะไรบ้าง
กรณีที่คนทั่วไปเจอบ่อยที่สุดคือการขายอสังหาริมทรัพย์ ทั้งในนามบุคคลธรรมดาและนิติบุคคล หลักการสำคัญมีดังนี้

ฐานภาษีใช้ราคาที่สูงกว่า
ภาษีธุรกิจเฉพาะสำหรับอสังหาริมทรัพย์ คำนวณจาก ราคาซื้อขายจริง หรือราคาประเมินของกรมธนารักษ์ แล้วแต่ราคาไหนสูงกว่า และชำระที่สำนักงานที่ดินในวันจดทะเบียนโอนกรรมสิทธิ์ ไม่ต้องยื่นแบบ ภ.ธ.40 แยกต่างหาก (กรณีบุคคลธรรมดา)
กรณีบุคคลธรรมดาที่ต้องเสีย
บุคคลธรรมดาที่ขายอสังหาริมทรัพย์ ภายใน 5 ปีนับจากวันที่ได้มา ถือว่าขายเป็นทางค้าหรือหากำไร และต้องเสียภาษีธุรกิจเฉพาะ 3.3%
กรณีที่ได้รับยกเว้น
- ถือครองอสังหาริมทรัพย์ เกิน 5 ปี นับจากวันที่ได้มา
- ขายอสังหาริมทรัพย์ที่ใช้เป็นที่อยู่อาศัยหลัก และ มีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้านหลังนั้นไม่น้อยกว่า 1 ปี นับจากวันที่ได้มา
- ได้อสังหาริมทรัพย์มาโดย ทางมรดก (กรณีบุคคลธรรมดา)
- ถูกเวนคืนตามกฎหมาย
- โอนให้บุตรชอบด้วยกฎหมายโดยไม่มีค่าตอบแทน (ไม่รวมบุตรบุญธรรม)
เมื่อได้รับยกเว้นภาษีธุรกิจเฉพาะแล้ว ผู้ขายจะต้องเสีย อากรแสตมป์ 0.5% ของราคาขายหรือราคาประเมินที่สูงกว่าแทน โดยไม่ต้องเสียซ้ำกัน
กรณีนิติบุคคลขายอสังหาริมทรัพย์
บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลที่ขายอสังหาริมทรัพย์ โดยทั่วไปถือว่าเป็นการขายเป็นทางค้าหรือหากำไร ต้องเสียภาษีธุรกิจเฉพาะ 3.3% ไม่ว่าจะถือครองนานแค่ไหน ยกเว้นกรณีเฉพาะที่กฎหมายกำหนด เช่น การโอนเพื่อปรับโครงสร้างกิจการตามหลักเกณฑ์ของกรมสรรพากร นอกจากนี้ยังต้องถูกหักภาษี ณ ที่จ่าย 1% และนำกำไรไปรวมคำนวณ ภาษีเงินได้นิติบุคคล ปลายปีด้วย
วิธีคำนวณภาษีธุรกิจเฉพาะ พร้อมตัวอย่าง
สูตรพื้นฐานคือ
ภาษีธุรกิจเฉพาะ = ฐานภาษี × อัตราภาษี และ ภาษีท้องถิ่น = ภาษีธุรกิจเฉพาะ × 10%

ตัวอย่างที่ 1: ขายคอนโดที่ถือครองมา 2 ปี
นาย ก. ซื้อคอนโดเมื่อ 2 ปีก่อนและไม่ได้ย้ายชื่อเข้าทะเบียนบ้าน ขายต่อในราคา 4,000,000 บาท ราคาประเมินของกรมธนารักษ์ 3,500,000 บาท
- ฐานภาษี = 4,000,000 บาท (ใช้ราคาที่สูงกว่า)
- ภาษีธุรกิจเฉพาะ 3% = 120,000 บาท
- ภาษีท้องถิ่น 10% ของภาษี = 12,000 บาท
- รวมจ่าย 132,000 บาท (เทียบกับอากรแสตมป์ 0.5% ที่จะจ่ายเพียง 20,000 บาท หากได้รับยกเว้น)
ตัวอย่างนี้ชี้ให้เห็นว่า การย้ายชื่อเข้าทะเบียนบ้านให้ครบ 1 ปีก่อนขาย ช่วยประหยัดภาษีได้กว่าแสนบาท
ตัวอย่างที่ 2: บริษัทปล่อยสินเชื่อ
บริษัท ข. ประกอบธุรกิจให้กู้ยืมเงินแก่ผู้ประกอบการ มีรายได้ดอกเบี้ยเดือนกันยายน 1,000,000 บาท
- ภาษีธุรกิจเฉพาะ 3% = 30,000 บาท
- ภาษีท้องถิ่น = 3,000 บาท
- ยื่น ภ.ธ.40 และชำระ 33,000 บาท ภายในวันที่ 15 ตุลาคม
การจดทะเบียนและยื่นแบบ ภ.ธ.40
ผู้ประกอบกิจการที่ต้องเสียภาษีธุรกิจเฉพาะ (ยกเว้นกรณีขายอสังหาริมทรัพย์ครั้งคราวของบุคคลธรรมดา) มีหน้าที่ดังนี้
- จดทะเบียนภาษีธุรกิจเฉพาะ (แบบ ภ.ธ.01) ภายใน 30 วันนับจากวันที่เริ่มประกอบกิจการ
- ยื่นแบบ ภ.ธ.40 เป็นรายเดือน ภายในวันที่ 15 ของเดือนถัดไป แม้เดือนนั้นจะไม่มีรายรับก็ต้องยื่น
- ยื่นผ่านอินเทอร์เน็ต ที่เว็บไซต์กรมสรรพากรได้ โดยต้องลงทะเบียนใช้ระบบก่อน หากวันที่ 15 ตรงกับวันหยุดราชการ ให้ยื่นได้ภายในวันทำการถัดไป
- บันทึกรายรับให้ครบถ้วน และเก็บเอกสารประกอบไว้ตรวจสอบ
บทลงโทษเมื่อยื่นช้าหรือไม่ยื่น
- เงินเพิ่ม 1.5% ต่อเดือน ของภาษีที่ต้องชำระ (เศษของเดือนนับเป็นหนึ่งเดือน) แต่ไม่เกินจำนวนภาษีที่ต้องชำระ
- เบี้ยปรับ 1–2 เท่าของภาษีที่ต้องชำระ ขึ้นอยู่กับกรณี และอาจขอลดได้ตามระเบียบกรมสรรพากร
- โทษอาญา กรณีจงใจไม่ยื่นแบบเพื่อหลีกเลี่ยงภาษี
5 ข้อผิดพลาดเรื่องภาษีธุรกิจเฉพาะที่พบบ่อย
- นับระยะถือครองผิด ระยะ 5 ปีนับจากวันที่ได้กรรมสิทธิ์ตามโฉนด ไม่ใช่วันทำสัญญาจะซื้อจะขาย
- ย้ายชื่อเข้าทะเบียนบ้านไม่ทัน สิทธิยกเว้นต้องมีชื่อครบ 1 ปีก่อนวันโอน
- คิดว่าขาดทุนแล้วไม่ต้องเสีย ภาษีธุรกิจเฉพาะคิดจากรายรับ ไม่ใช่กำไร
- ลืมรายได้ดอกเบี้ยรับระหว่างบริษัทในเครือ ซึ่งอาจเข้าข่ายกิจการเยี่ยงธนาคารพาณิชย์
- ไม่ยื่นแบบในเดือนที่ไม่มีรายรับ กิจการที่จดทะเบียนแล้วต้องยื่น ภ.ธ.40 ทุกเดือน
สรุป
ภาษีธุรกิจเฉพาะเป็นภาษีที่คำนวณไม่ยาก แต่ผิดพลาดได้ง่ายหากไม่เข้าใจเงื่อนไข โดยเฉพาะเรื่องระยะเวลาถือครองอสังหาริมทรัพย์และการตีความกิจการเยี่ยงธนาคารพาณิชย์ สำหรับผู้ประกอบการ การวางระบบบัญชีให้แยกรายรับที่ต้องเสียภาษีธุรกิจเฉพาะออกจากรายรับที่ต้องเสีย VAT ตั้งแต่ต้น จะช่วยลดความเสี่ยงได้มาก อ่านต่อเรื่อง บัญชีบริษัท คืออะไร เพื่อวางระบบบัญชีให้รองรับภาษีทุกประเภท
บทความนี้จัดทำเพื่อให้ความรู้ทั่วไป ไม่ใช่คำแนะนำทางภาษีเฉพาะกรณี อัตราและเงื่อนไขอาจเปลี่ยนแปลงตามประกาศกรมสรรพากร ควรตรวจสอบกับกรมสรรพากร (โทร 1161) หรือผู้เชี่ยวชาญด้านภาษีก่อนตัดสินใจ
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
ภาษีธุรกิจเฉพาะ 3.3% คิดจากอะไร
คิดจากรายรับก่อนหักรายจ่าย สำหรับการขายอสังหาริมทรัพย์ใช้ราคาขายจริงหรือราคาประเมินของกรมธนารักษ์ แล้วแต่ราคาไหนสูงกว่า อัตรา 3% บวกภาษีท้องถิ่นอีก 10% ของภาษี รวมเป็น 3.3%
ขายบ้านกี่ปีถึงไม่ต้องเสียภาษีธุรกิจเฉพาะ
บุคคลธรรมดาที่ถือครองเกิน 5 ปี หรือมีชื่อในทะเบียนบ้านหลังนั้นไม่น้อยกว่า 1 ปี ได้รับยกเว้นภาษีธุรกิจเฉพาะ แต่ต้องเสียอากรแสตมป์ 0.5% แทน
ภาษีธุรกิจเฉพาะกับอากรแสตมป์ ต้องจ่ายทั้งสองอย่างไหม
ไม่ต้อง หากต้องเสียภาษีธุรกิจเฉพาะแล้วจะได้รับยกเว้นอากรแสตมป์ และหากได้รับยกเว้นภาษีธุรกิจเฉพาะจึงจะเสียอากรแสตมป์ 0.5% แทน
ภ.ธ.40 ต้องยื่นเมื่อไร
ยื่นเป็นรายเดือนภายในวันที่ 15 ของเดือนถัดไป แม้เดือนนั้นจะไม่มีรายรับก็ต้องยื่น โดยยื่นผ่านเว็บไซต์กรมสรรพากรได้
แหล่งอ้างอิง
- กรมสรรพากร: ผู้มีหน้าที่เสียภาษีธุรกิจเฉพาะ
- กรมสรรพากร: ฐานภาษีและอัตราภาษีธุรกิจเฉพาะ
- กรมสรรพากร: การคำนวณภาษีธุรกิจเฉพาะจากการขายอสังหาริมทรัพย์
- กรมสรรพากร: ประกาศอธิบดีฯ เรื่องการยื่นแบบ ภ.ธ.40 ทางอินเทอร์เน็ต
- ไทยพับลิก้า: ครม.เห็นชอบเก็บภาษีขายหุ้น 0.11%
- กรุงเทพธุรกิจ: ครม.ต่ออายุลดอัตรา VAT 7% ถึง 30 ก.ย. 2570


