ข้ามไปยังเนื้อหาหลัก
ภาษี บัญชี & กฎหมายธุรกิจบทวิเคราะห์โดยกองบรรณาธิการ

สรุปกฎหมายแรงงานในไทย ฉบับนายจ้างและ HR อัปเดต 2569: ค่าจ้าง วันลา ค่าชดเชย ประกันสังคม

ภาพปกบทความ "สรุปกฎหมายแรงงาน 2569" ลาคลอด 120 วัน ค่าจ้างขั้นต่ำ ประกันสังคม — ภาพประกอบกฎหมายแรงงานไทย: ตาชั่งความยุติธรรม นาฬิกาเวลาทำงาน และบัตรพนักงาน

Executive Summary / สาระสำคัญสำหรับผู้บริหาร

8 MINUTES BRIEF
  1. วันลาเพื่อครอบครัวเพิ่มขึ้น ลาคลอดได้ 120 วัน คู่สมรสลาช่วยเลี้ยงดูบุตรได้ 15 วัน และลาดูแลบุตรที่เจ็บป่วยหรือพิการได้เพิ่ม ตามกฎหมายคุ้มครองแรงงานฉบับแก้ไขที่มีผลตั้งแต่ 7 ธ.ค. 2568
  2. ประกันสังคมปรับเพดานค่าจ้างเป็น 17,500 บาท ตั้งแต่ 1 ม.ค. 2569 เงินสมทบสูงสุดฝ่ายละ 875 บาทต่อเดือน และจะปรับเป็น 20,000 บาทในปี 2572
  3. ค่าจ้างขั้นต่ำ 337–400 บาทต่อวัน ยังเป็นอัตราที่มีผลตั้งแต่ 1 ก.ค. 2568 ระหว่างที่คณะกรรมการค่าจ้างพิจารณาอัตราใหม่สำหรับปี 2570

สรุปกฎหมายแรงงานในไทย ที่นายจ้างและฝ่ายบุคคลต้องรู้ มีการเปลี่ยนแปลงสำคัญหลายเรื่องในช่วงปี 2568–2569 ทั้งวันลาคลอดที่เพิ่มเป็น 120 วัน สิทธิลาของคู่สมรส เพดานเงินสมทบประกันสังคมที่ปรับขึ้นเป็นครั้งแรกในรอบหลายสิบปี และการบังคับใช้กองทุนสงเคราะห์ลูกจ้างกับกิจการที่มีลูกจ้างตั้งแต่ 10 คน บทความนี้สรุปทุกเรื่องที่ SME ต้องปฏิบัติ เพื่อป้องกันข้อพิพาทแรงงานและค่าปรับที่ไม่จำเป็น

กฎหมายแรงงานหลักที่นายจ้างต้องรู้

กฎหมายสาระสำคัญหน่วยงานที่ดูแล
พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541 และฉบับแก้ไขเวลาทำงาน วันหยุด วันลา ค่าจ้าง ค่าชดเชยกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน
พ.ร.บ.ประกันสังคม พ.ศ. 2533เงินสมทบและสิทธิประโยชน์ของผู้ประกันตนสำนักงานประกันสังคม
พ.ร.บ.เงินทดแทน พ.ศ. 2537ค่าทดแทนเมื่อลูกจ้างประสบอันตรายจากการทำงานสำนักงานประกันสังคม
พ.ร.บ.แรงงานสัมพันธ์ พ.ศ. 2518ข้อตกลงเกี่ยวกับสภาพการจ้าง สหภาพแรงงานกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน
พ.ร.บ.ความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงาน พ.ศ. 2554มาตรฐานความปลอดภัยในการทำงานกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน
พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 (PDPA)การเก็บและใช้ข้อมูลพนักงานสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล

เวลาทำงาน เวลาพัก และวันหยุด

  • เวลาทำงานปกติ ไม่เกิน 8 ชั่วโมงต่อวัน และไม่เกิน 48 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ สำหรับงานที่อาจเป็นอันตรายต่อสุขภาพ ไม่เกิน 7 ชั่วโมงต่อวัน และ 42 ชั่วโมงต่อสัปดาห์
  • เวลาพัก ไม่น้อยกว่า 1 ชั่วโมงต่อวัน หลังจากทำงานมาแล้วไม่เกิน 5 ชั่วโมงติดต่อกัน
  • วันหยุดประจำสัปดาห์ ไม่น้อยกว่า 1 วันต่อสัปดาห์
  • วันหยุดตามประเพณี ไม่น้อยกว่า 13 วันต่อปี รวมวันแรงงานแห่งชาติ (1 พฤษภาคม)
  • วันหยุดพักผ่อนประจำปี ไม่น้อยกว่า 6 วันทำงานต่อปี สำหรับลูกจ้างที่ทำงานครบ 1 ปี

ค่าล่วงเวลาและค่าทำงานในวันหยุด

กรณีอัตราที่ต้องจ่าย
ทำงานล่วงเวลาในวันทำงานปกติไม่น้อยกว่า 1.5 เท่าของค่าจ้างต่อชั่วโมง
ทำงานในวันหยุด (ลูกจ้างรายเดือนที่มีสิทธิได้ค่าจ้างในวันหยุด)เพิ่มอีกไม่น้อยกว่า 1 เท่า
ทำงานในวันหยุด (ลูกจ้างรายวัน)ไม่น้อยกว่า 2 เท่า
ทำงานล่วงเวลาในวันหยุดไม่น้อยกว่า 3 เท่าของค่าจ้างต่อชั่วโมง

การทำงานล่วงเวลาต้องได้รับความยินยอมจากลูกจ้างเป็นครั้งคราว และชั่วโมงทำงานล่วงเวลารวมกับชั่วโมงทำงานในวันหยุดต้องไม่เกิน 36 ชั่วโมงต่อสัปดาห์

สิทธิวันลาตามกฎหมาย อัปเดตล่าสุด

พระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงานฉบับแก้ไขที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษาเมื่อ 7 พฤศจิกายน 2568 และมีผลบังคับใช้ตั้งแต่ 7 ธันวาคม 2568 เพิ่มสิทธิการลาเพื่อครอบครัวอย่างมีนัยสำคัญ

ภาพประกอบเวลาทำงานและสิทธิวันลา: นาฬิกาบอกเวลาทำงานคู่กับปฏิทินที่ไฮไลต์วันลา
กฎหมายฉบับแก้ไขเพิ่มสิทธิลาคลอดเป็น 120 วัน และให้คู่สมรสลาช่วยเลี้ยงดูบุตรได้ 15 วัน
ประเภทการลาจำนวนวันค่าจ้างระหว่างลา
ลาป่วยตามที่ป่วยจริง (ลา 3 วันทำงานขึ้นไป นายจ้างขอใบรับรองแพทย์ได้)ได้รับค่าจ้างไม่เกิน 30 วันทำงานต่อปี
ลากิจธุระอันจำเป็นไม่น้อยกว่า 3 วันทำงานต่อปีได้รับค่าจ้างไม่เกิน 3 วัน
ลาคลอด (รวมวันลาตรวจครรภ์ก่อนคลอด)120 วัน (เดิม 98 วัน)นายจ้างจ่ายค่าจ้างไม่เกิน 60 วัน ผู้ประกันตนมีสิทธิรับประโยชน์ทดแทนกรณีคลอดบุตรจากประกันสังคมตามหลักเกณฑ์
คู่สมรสลาช่วยเลี้ยงดูบุตร15 วันทำงาน ภายใน 90 วันหลังบุตรเกิดได้รับค่าจ้างเต็มจำนวน
ลาดูแลบุตรแรกเกิดที่เจ็บป่วยหรือพิการเพิ่มได้อีก 15 วันได้รับ 50% ของค่าจ้าง
ลาทำหมันตามที่แพทย์กำหนดได้รับค่าจ้าง
ลาฝึกอบรมหรือพัฒนาความรู้ตามหลักเกณฑ์ที่กฎหมายกำหนดไม่บังคับจ่าย
ลารับราชการทหารตามที่ทางราชการเรียกได้รับค่าจ้างไม่เกิน 60 วันต่อปี

นายจ้างควรปรับข้อบังคับการทำงานและนโยบาย HR ให้สอดคล้องกับสิทธิวันลาใหม่ เพราะข้อตกลงใดที่ให้สิทธิต่ำกว่ากฎหมายจะใช้บังคับไม่ได้

ค่าจ้างขั้นต่ำปี 2569

ค่าจ้างขั้นต่ำที่ใช้อยู่ในปัจจุบันเป็นอัตราตามประกาศคณะกรรมการค่าจ้าง ฉบับที่ 14 ซึ่ง มีผลตั้งแต่ 1 กรกฎาคม 2568 อยู่ระหว่าง 337–400 บาทต่อวัน แบ่งเป็น 17 อัตราตามพื้นที่

  • 400 บาทต่อวัน ได้แก่ กรุงเทพมหานคร ชลบุรี ระยอง ฉะเชิงเทรา ภูเก็ต และเกาะสมุย (สุราษฎร์ธานี) รวมถึงกิจการโรงแรมและสถานบริการบางประเภทตามที่ประกาศกำหนด
  • จังหวัดอื่น ได้รับอัตราตามที่ประกาศกำหนด ลดหลั่นลงไปจนถึง 337 บาท

ในปี 2569 คณะกรรมการค่าจ้างยังไม่ได้ปรับอัตราใหม่ และอยู่ระหว่างพิจารณาค่าจ้างขั้นต่ำสำหรับปี 2570 นายจ้างควรติดตามประกาศอย่างใกล้ชิด เพราะการจ่ายต่ำกว่าอัตราขั้นต่ำมีโทษทั้งจำและปรับ

ค่าชดเชยเมื่อเลิกจ้าง

เมื่อนายจ้างเลิกจ้างโดยลูกจ้างไม่ได้กระทำความผิดร้ายแรงตามที่กฎหมายกำหนด ต้องจ่ายค่าชดเชยตามอายุงาน

อายุงานค่าชดเชยไม่น้อยกว่า
120 วัน แต่ไม่ครบ 1 ปี30 วันของค่าจ้างอัตราสุดท้าย
1 ปี แต่ไม่ครบ 3 ปี90 วัน
3 ปี แต่ไม่ครบ 6 ปี180 วัน
6 ปี แต่ไม่ครบ 10 ปี240 วัน
10 ปี แต่ไม่ครบ 20 ปี300 วัน
20 ปีขึ้นไป400 วัน

นอกจากค่าชดเชยแล้ว นายจ้างต้อง บอกกล่าวล่วงหน้าอย่างน้อย 1 งวดการจ่ายค่าจ้าง หรือจ่ายค่าจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้า และจ่ายค่าจ้างสำหรับวันหยุดพักผ่อนประจำปีที่ลูกจ้างยังไม่ได้ใช้ การเกษียณอายุถือเป็นการเลิกจ้างที่ต้องจ่ายค่าชดเชยเช่นกัน ส่วนช่วงทดลองงานนั้น กฎหมายนับอายุงานตั้งแต่วันแรกที่เริ่มงาน หากเลิกจ้างเมื่อทำงานครบ 120 วันแล้วก็ต้องจ่ายค่าชดเชย

ประกันสังคม กองทุนเงินทดแทน และกองทุนสงเคราะห์ลูกจ้าง

ภาพประกอบประกันสังคมและกองทุนคุ้มครองลูกจ้าง: โล่คุ้มครอง ร่ม หัวใจสุขภาพ และกองเหรียญเงินสมทบ
ตั้งแต่ 1 ม.ค. 2569 เพดานค่าจ้างคำนวณเงินสมทบประกันสังคมเพิ่มเป็น 17,500 บาท

ประกันสังคม (มาตรา 33)

นายจ้างและลูกจ้างจ่ายเงินสมทบฝ่ายละ 5% ของค่าจ้าง โดยตั้งแต่ 1 มกราคม 2569 ปรับฐานค่าจ้างสูงสุดเป็นขั้นบันได

ช่วงเวลาฐานค่าจ้างสูงสุดเงินสมทบสูงสุดต่อฝ่ายต่อเดือน
ถึงสิ้นปี 256815,000 บาท750 บาท
2569–257117,500 บาท875 บาท
2572–257420,000 บาท1,000 บาท
ตั้งแต่ 257523,000 บาท1,150 บาท

นายจ้างต้องขึ้นทะเบียนนายจ้างและลูกจ้างภายใน 30 วันนับจากวันที่มีลูกจ้าง และนำส่งเงินสมทบภายในวันที่ 15 ของเดือนถัดไป

กองทุนเงินทดแทน

นายจ้างเป็นผู้จ่ายเงินสมทบฝ่ายเดียว ตามอัตราความเสี่ยงของประเภทกิจการ เพื่อคุ้มครองลูกจ้างที่ประสบอันตราย เจ็บป่วย หรือเสียชีวิตจากการทำงาน

กองทุนสงเคราะห์ลูกจ้าง

บังคับใช้กับกิจการที่มีลูกจ้างตั้งแต่ 10 คนขึ้นไปและไม่มีกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ (หรือมีแต่ลูกจ้างบางส่วนยังไม่ได้เป็นสมาชิก) นายจ้างและลูกจ้างจ่ายสมทบฝ่ายละ 0.25% ของค่าจ้าง ตั้งแต่ 1 ตุลาคม 2569 ถึง 30 กันยายน 2574 และเพิ่มเป็นฝ่ายละ 0.5% ตั้งแต่ 1 ตุลาคม 2574

หน้าที่อื่นของนายจ้างที่มักถูกมองข้าม

  • ข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงาน กิจการที่มีลูกจ้างตั้งแต่ 10 คนขึ้นไปต้องจัดทำเป็นภาษาไทยและประกาศใช้ภายใน 15 วันนับจากวันที่มีลูกจ้างครบ 10 คน
  • ทะเบียนลูกจ้างและเอกสารการจ่ายค่าจ้าง ต้องจัดทำและเก็บรักษาไว้ให้ตรวจสอบได้
  • การจ่ายค่าจ้าง ต้องจ่ายเป็นเงินตราไทย อย่างน้อยเดือนละครั้ง และหักค่าจ้างได้เฉพาะกรณีที่กฎหมายอนุญาต
  • ลูกจ้างหญิงมีครรภ์ ห้ามทำงานในช่วง 22.00–06.00 น. ห้ามทำงานล่วงเวลาและในวันหยุด และห้ามเลิกจ้างเพราะเหตุมีครรภ์
  • แรงงานเด็ก ห้ามจ้างเด็กอายุต่ำกว่า 15 ปี และการจ้างเด็กอายุ 15–18 ปีมีข้อจำกัดเรื่องประเภทงานและเวลาทำงาน
  • แรงงานต่างด้าว ต้องมีใบอนุญาตทำงานตามประเภทงานที่อนุญาต
  • ข้อมูลส่วนบุคคลของพนักงาน ต้องเก็บและใช้ตามหลัก PDPA เช่น แจ้งวัตถุประสงค์และรักษาความปลอดภัยของข้อมูล
  • ภาษีหัก ณ ที่จ่ายจากเงินเดือน ต้องยื่น ภ.ง.ด.1 ทุกเดือน ดูปฏิทินภาษีได้ที่ บัญชีบริษัท คืออะไร

เช็กลิสต์ HR สำหรับ SME ปี 2569

ภาพประกอบเจ้าหน้าที่ฝ่ายบุคคลยืนชี้เช็กลิสต์งาน HR ขนาดใหญ่ ข้างปฏิทินและนาฬิกา
ทบทวนเช็กลิสต์ HR อย่างน้อยปีละครั้ง และทุกครั้งที่กฎหมายแรงงานหรือประกันสังคมมีการเปลี่ยนแปลง
  1. ตรวจสอบค่าจ้างของลูกจ้างทุกคนไม่ต่ำกว่าอัตราขั้นต่ำในพื้นที่
  2. อัปเดตข้อบังคับการทำงานให้รองรับลาคลอด 120 วัน การลาของคู่สมรส และการลาดูแลบุตร
  3. ปรับระบบเงินเดือนให้คำนวณเงินสมทบประกันสังคมตามเพดานใหม่ 17,500 บาท
  4. ตรวจสอบว่ากิจการต้องสมทบกองทุนสงเคราะห์ลูกจ้างตั้งแต่ 1 ตุลาคม 2569 หรือไม่
  5. ทำสัญญาจ้างเป็นลายลักษณ์อักษร ระบุตำแหน่ง ค่าจ้าง สวัสดิการ และเงื่อนไขทดลองงาน
  6. บันทึกเวลาทำงานและการทำงานล่วงเวลาให้ครบถ้วน
  7. ตั้งงบประมาณสำรองสำหรับค่าชดเชยของพนักงานที่อายุงานสูง
  8. วางนโยบายความเป็นส่วนตัวของข้อมูลพนักงานตาม PDPA

สรุป

กฎหมายแรงงานในไทยกำหนดมาตรฐานขั้นต่ำที่นายจ้างต้องปฏิบัติ ทั้งเวลาทำงาน ค่าจ้าง วันลา ค่าชดเชย และสวัสดิการผ่านกองทุนต่างๆ การเปลี่ยนแปลงในปี 2568–2569 ทำให้ต้นทุนแรงงานของ SME เพิ่มขึ้นจากทั้งวันลาที่มากขึ้นและเงินสมทบที่สูงขึ้น จึงควรวางแผนงบประมาณบุคลากรล่วงหน้า และตรวจสอบนโยบาย HR ให้เป็นปัจจุบันอยู่เสมอ สำหรับผู้ที่กำลังเริ่มจ้างพนักงานคนแรก อ่านขั้นตอนที่เกี่ยวข้องได้ใน อยากเริ่มต้นธุรกิจต้องทำอย่างไร

บทความนี้จัดทำเพื่อให้ความรู้ทั่วไป ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายเฉพาะกรณี ข้อมูลอ้างอิงกฎหมายและประกาศที่มีผล ณ เดือนตุลาคม 2569 ควรตรวจสอบกับกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน (สายด่วน 1546) สำนักงานประกันสังคม (สายด่วน 1506) หรือนักกฎหมายแรงงาน

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

ลาคลอดได้กี่วันตามกฎหมายใหม่

ลูกจ้างหญิงลาคลอดได้ 120 วัน รวมวันลาเพื่อตรวจครรภ์ก่อนคลอด โดยนายจ้างจ่ายค่าจ้างระหว่างลาไม่เกิน 60 วัน และคู่สมรสลาช่วยเลี้ยงดูบุตรได้ 15 วันทำงานโดยได้รับค่าจ้าง

ประกันสังคมหักสูงสุดเดือนละเท่าไรในปี 2569

ตั้งแต่ 1 มกราคม 2569 ฐานค่าจ้างสูงสุดคือ 17,500 บาท เงินสมทบ 5% จึงสูงสุดฝ่ายละ 875 บาทต่อเดือน

ค่าแรงขั้นต่ำ 2569 เท่าไร

337–400 บาทต่อวันตามพื้นที่ โดยกรุงเทพฯ ชลบุรี ระยอง ฉะเชิงเทรา ภูเก็ต และเกาะสมุยอยู่ที่ 400 บาท อัตรานี้มีผลตั้งแต่ 1 กรกฎาคม 2568

เลิกจ้างพนักงานทดลองงานต้องจ่ายค่าชดเชยไหม

ถ้าพนักงานทำงานครบ 120 วันแล้ว ต้องจ่ายค่าชดเชยไม่น้อยกว่า 30 วันของค่าจ้างอัตราสุดท้าย แม้จะยังอยู่ในช่วงทดลองงาน และต้องบอกกล่าวล่วงหน้าตามกฎหมาย

แหล่งอ้างอิง

ศูนย์รวมข่าวสารองค์กรและผู้นำธุรกิจ

พร้อมส่งต่อเรื่องราวและแถลงการณ์องค์กรของคุณสู่สื่อมวลชนชั้นนำแล้วหรือยัง?

เผยแพร่ข่าวประชาสัมพันธ์ แถลงการณ์ และวิสัยทัศน์องค์กรสู่เครือข่ายสื่อมวลชน นักลงทุน และผู้บริหารชั้นนำทั่วประเทศผ่าน bizzenter syndication hub