ข้ามไปยังเนื้อหาหลัก
SME & เริ่มต้นธุรกิจบทวิเคราะห์โดยกองบรรณาธิการ

แฟรนไชส์น่าลงทุน 2569-2570: 8 กลุ่มธุรกิจยอดนิยม งบเริ่มต้น และวิธีเลือกไม่ให้เจ๊ง

ภาพปกบทความ "แฟรนไชส์น่าลงทุน 2569–2570" 8 กลุ่มยอดนิยม งบเริ่มต้น และจุดคุ้มทุน — ภาพประกอบการลงทุนแฟรนไชส์: ร้านค้าหน้าตาเหมือนกันหลายสาขา พร้อมหมุดตำแหน่งที่เชื่อมโยงกันเป็นเครือข่าย

Executive Summary / สาระสำคัญสำหรับผู้บริหาร

5 MINUTES BRIEF
  1. แฟรนไชส์ช่วยลดความเสี่ยง แต่ไม่ใช่รายได้อัตโนมัติ คุณได้แบรนด์ สูตร และระบบที่พิสูจน์แล้ว แต่ยังต้องบริหารคน ทำเล และต้นทุนเองทุกวัน
  2. ค่าแฟรนไชส์ไม่ใช่ต้นทุนทั้งหมด ต้องรวมค่าตกแต่ง อุปกรณ์ วัตถุดิบล็อตแรก ค่า Royalty และเงินทุนหมุนเวียนอย่างน้อย 3–6 เดือน
  3. เลือกจากตัวเลข ไม่ใช่จากความนิยม ขอข้อมูลยอดขายและต้นทุนจริงของสาขาเดิม คุยกับแฟรนไชส์ซีรายอื่น และคำนวณจุดคุ้มทุนก่อนเซ็นสัญญา

แฟรนไชส์น่าลงทุน เป็นคำที่คนอยากมีธุรกิจของตัวเองค้นหามากที่สุดคำหนึ่ง เพราะแฟรนไชส์ช่วยให้เริ่มต้นได้เร็วด้วยแบรนด์และระบบที่ผ่านการพิสูจน์มาแล้ว แต่ในทางกลับกัน ก็มีผู้ลงทุนไม่น้อยที่ขาดทุนเพราะเลือกแบรนด์จากกระแส ไม่ได้ดูตัวเลขจริง บทความนี้สรุปกลุ่มแฟรนไชส์ที่น่าสนใจในช่วงปี 2569–2570 งบลงทุนโดยประมาณ วิธีคำนวณจุดคุ้มทุน และสิ่งที่ต้องตรวจสอบก่อนเซ็นสัญญา

แฟรนไชส์คืออะไร ต่างจากตัวแทนจำหน่ายอย่างไร

แฟรนไชส์ (Franchise) คือรูปแบบธุรกิจที่ เจ้าของแบรนด์ (Franchisor) อนุญาตให้ ผู้ซื้อสิทธิ์ (Franchisee) ใช้ชื่อ ตราสินค้า สูตร และระบบการดำเนินงาน โดยผู้ซื้อสิทธิ์จ่ายค่าธรรมเนียมและต้องปฏิบัติตามมาตรฐานที่แบรนด์กำหนด

รูปแบบสิ่งที่ได้รับการควบคุมจากแบรนด์ค่าธรรมเนียมต่อเนื่อง
แฟรนไชส์เต็มรูปแบบแบรนด์ ระบบ อบรม การตลาดสูงมักมี Royalty Fee และ Marketing Fee
ไลเซนส์ (License)สิทธิใช้แบรนด์หรือสินค้าปานกลางขึ้นกับสัญญา
ตัวแทนจำหน่าย (Dealer)สิทธิซื้อสินค้าไปขายต่อต่ำส่วนใหญ่ไม่มี กำไรจากส่วนต่างราคา

ข้อดีและข้อเสียของการลงทุนแฟรนไชส์

ข้อดี

  • ได้แบรนด์ที่ลูกค้ารู้จัก ไม่ต้องสร้างการรับรู้จากศูนย์
  • มีระบบ สูตร และขั้นตอนทำงานพร้อมใช้ ลดการลองผิดลองถูก
  • ได้รับการอบรม การตลาดส่วนกลาง และอำนาจต่อรองซื้อวัตถุดิบจากแบรนด์
  • ขอสินเชื่อได้ง่ายกว่าธุรกิจเปิดใหม่ในบางกรณี เพราะมีข้อมูลผลประกอบการของสาขาเดิมให้อ้างอิง

ข้อเสีย

  • ต้องจ่ายค่าธรรมเนียมต่อเนื่อง ลดอัตรากำไร
  • ความยืดหยุ่นต่ำ เปลี่ยนเมนู ราคา หรือซัพพลายเออร์เองไม่ได้
  • ชื่อเสียงผูกกับแบรนด์ หากสาขาอื่นหรือแบรนด์แม่มีปัญหาจะกระทบทุกสาขา
  • เสี่ยงจากแบรนด์ที่ขยายสาขาเร็วเกินไปจนสาขาแย่งลูกค้ากันเอง

8 กลุ่มแฟรนไชส์น่าลงทุนในปี 2569–2570

ภาพประกอบกลุ่มแฟรนไชส์ยอดนิยม: แก้วเครื่องดื่ม ชามอาหาร เครื่องซักผ้าหยอดเหรียญ และธุรกิจสัตว์เลี้ยง วางบนแท่นจัดแสดง
กลุ่มแฟรนไชส์ที่ได้รับความนิยม เช่น เครื่องดื่ม อาหาร ร้านสะดวกซัก และธุรกิจสัตว์เลี้ยง
กลุ่มแฟรนไชส์งบลงทุนเริ่มต้นโดยประมาณจุดเด่นสิ่งที่ต้องระวัง
เครื่องดื่ม ชา กาแฟ แบบคีออสหลักหมื่นถึงหลักแสนบาทลงทุนน้อย คืนทุนเร็วแบรนด์เยอะ แข่งขันด้านราคาสูง
ร้านกาแฟและคาเฟ่เต็มรูปแบบหลักแสนถึงหลักล้านบาทภาพลักษณ์ดี ขายได้ทั้งวันค่าเช่าและค่าแรงสูง ทำเลสำคัญมาก
อาหารทานเล่นและสตรีทฟู้ดหลักหมื่นถึงหลักแสนบาทตลาดกว้าง ขายได้ทุกพื้นที่คุณภาพวัตถุดิบและความสม่ำเสมอ
ร้านอาหารและบุฟเฟต์หลักล้านบาทขึ้นไปยอดขายต่อบิลสูงต้นทุนวัตถุดิบผันผวน บริหารคนยาก
ร้านสะดวกซักอัตโนมัติหลักแสนถึงหลักล้านบาทใช้คนน้อย รายได้สม่ำเสมอค่าไฟ ค่าน้ำ และค่าซ่อมบำรุงเครื่อง
ร้านสะดวกซื้อและค้าปลีกหลักแสนถึงหลักล้านบาทสินค้าจำเป็น ความต้องการคงที่อัตรากำไรต่อชิ้นต่ำ ต้องคุมสต็อก
สัตว์เลี้ยงและกรูมมิ่งหลักแสนบาทขึ้นไปตลาดโตต่อเนื่อง ลูกค้าภักดีต้องมีทักษะเฉพาะ และใบอนุญาตบางประเภท
สุขภาพ ความงาม และการศึกษาหลักแสนถึงหลักล้านบาทสอดรับสังคมสูงวัยและการพัฒนาทักษะมาตรฐานวิชาชีพ ใบอนุญาต และบุคลากร

งบลงทุนข้างต้นเป็นช่วงโดยประมาณเพื่อการเปรียบเทียบ ตัวเลขจริงแตกต่างกันมากตามแบรนด์ ขนาดร้าน และทำเล ควรขอเอกสารเปิดเผยข้อมูลการลงทุนจากแบรนด์โดยตรง

กลุ่มสัตว์เลี้ยง สุขภาพ และบริการที่ใช้คนน้อย สอดคล้องกับเทรนด์ใน ธุรกิจที่น่าสนใจในปี 2027 ส่วนกลุ่มอาหารและเครื่องดื่มยังเป็นตลาดใหญ่ที่สุด แต่ก็แข่งขันรุนแรงที่สุดเช่นกัน

ค่าใช้จ่ายของแฟรนไชส์ที่ต้องรู้ก่อนลงทุน

  1. ค่าแรกเข้า (Initial Franchise Fee) จ่ายครั้งเดียวเพื่อซื้อสิทธิ์ใช้แบรนด์ บางแบรนด์รวมอุปกรณ์และการอบรมไว้ในแพ็กเกจ
  2. ค่าตกแต่งร้านและอุปกรณ์ มักต้องใช้ตามแบบที่แบรนด์กำหนด
  3. ค่าสิทธิรายเดือน (Royalty Fee) มักคิดเป็นเปอร์เซ็นต์ของยอดขาย หรือเป็นจำนวนคงที่
  4. ค่าการตลาด (Marketing Fee) สำหรับโฆษณาส่วนกลางของแบรนด์
  5. วัตถุดิบหรือสินค้าที่ต้องซื้อจากแบรนด์ ซึ่งอาจเป็นแหล่งกำไรหลักของบางแบรนด์
  6. ค่าต่อสัญญา เมื่อครบอายุสัญญา
  7. เงินทุนหมุนเวียน อย่างน้อย 3–6 เดือนสำหรับค่าเช่า ค่าแรง และวัตถุดิบ

วิธีคำนวณจุดคุ้มทุนของแฟรนไชส์

ตัวอย่างร้านกาแฟแฟรนไชส์ เงินลงทุนรวม 1,000,000 บาท (รวมค่าแฟรนไชส์ ตกแต่ง และอุปกรณ์)

ภาพประกอบจุดคุ้มทุนของแฟรนไชส์: กราฟเส้นรายได้ตัดกับเส้นต้นทุน โดยพื้นที่หลังจุดตัดคือกำไร
จุดคุ้มทุนคือจุดที่รายได้สะสมเท่ากับต้นทุนรวม ทั้งค่าแฟรนไชส์ ค่าตกแต่ง และค่าใช้จ่ายรายเดือน
รายการต่อเดือนจำนวน (บาท)
ยอดขาย300,000
ต้นทุนวัตถุดิบ (40%)-120,000
ค่าเช่าพื้นที่-30,000
ค่าแรงพนักงาน-45,000
Royalty Fee (5% ของยอดขาย)-15,000
ค่าน้ำ ค่าไฟ ค่าอินเทอร์เน็ต-15,000
ค่าใช้จ่ายอื่น-10,000
กำไรก่อนภาษีต่อเดือน65,000

ระยะคืนทุน = 1,000,000 ÷ 65,000 ≈ 15–16 เดือน ในกรณีที่ยอดขายเป็นไปตามเป้า แต่หากยอดขายลดลงเหลือ 220,000 บาท กำไรจะลดเหลือเพียงราว 21,000 บาทต่อเดือน และระยะคืนทุนยืดไปเกือบ 4 ปี ตัวอย่างนี้ชี้ว่า ยอดขายที่ทำได้จริงในทำเลของคุณ สำคัญกว่าตัวเลขที่แบรนด์ใช้โฆษณา

เช็กลิสต์ 10 ข้อก่อนเซ็นสัญญาแฟรนไชส์

  1. แบรนด์เปิดดำเนินการมานานเท่าไร และมีสาขาที่ปิดตัวไปกี่แห่ง
  2. ขอดูยอดขายและต้นทุนจริงของสาขาที่ใกล้เคียงกับทำเลของคุณ
  3. คุยกับแฟรนไชส์ซีรายเดิมอย่างน้อย 3 ราย ทั้งที่ประสบความสำเร็จและไม่สำเร็จ
  4. ตรวจสอบนิติบุคคลของแบรนด์กับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า และดูว่าเคยได้รับรางวัลหรือการรับรองมาตรฐานแฟรนไชส์หรือไม่
  5. อ่านสัญญาเรื่องอายุสัญญา การต่อสัญญา และเงื่อนไขการยกเลิก
  6. ตรวจเงื่อนไขการซื้อวัตถุดิบ ต้องซื้อจากแบรนด์ทั้งหมดหรือไม่ และราคาเทียบกับตลาด
  7. ตรวจเงื่อนไขการคุ้มครองพื้นที่ (ระยะห่างจากสาขาอื่น)
  8. ดูการสนับสนุนหลังการขาย การอบรม การตลาด และการตรวจมาตรฐาน
  9. คำนวณจุดคุ้มทุนด้วยตัวเลขแบบระมัดระวัง ไม่ใช่ตัวเลขดีที่สุด
  10. ให้นักกฎหมายหรือที่ปรึกษาธุรกิจตรวจสัญญาก่อนลงนาม

ตัวช่วยจากภาครัฐสำหรับผู้ลงทุนแฟรนไชส์

  • โครงการ "ไทยช่วยไทย แฟรนไชส์สร้างอาชีพ พลัส" ของกรมพัฒนาธุรกิจการค้า สนับสนุนค่าแพ็กเกจแฟรนไชส์ 50% สูงสุดรายละ 10,000 บาท สำหรับแบรนด์ที่เข้าร่วมโครงการ (ข้อมูล ณ ปี 2569)
  • DBD Thailand Franchise Award รางวัลที่ช่วยคัดกรองแบรนด์ที่มีระบบบริหารได้มาตรฐาน
  • งานแสดงสินค้าแฟรนไชส์ เช่น Franchise Expo Thailand ซึ่งมีบริการให้คำปรึกษาและจับคู่ธุรกิจ
  • สินเชื่อสำหรับผู้ลงทุนแฟรนไชส์ จากธนาคารที่มีความร่วมมือกับแบรนด์ ดูวิธีเลือกได้ที่ ขอสินเชื่อ SME ธนาคารไหนดี

สรุป

แฟรนไชส์น่าลงทุนคือแฟรนไชส์ที่ตัวเลขในทำเลของคุณเป็นไปได้จริง ไม่ใช่แค่แบรนด์ที่กำลังดัง ก่อนลงทุนให้รวมต้นทุนทั้งหมด คำนวณจุดคุ้มทุนแบบระมัดระวัง และคุยกับแฟรนไชส์ซีรายเดิม เมื่อตัดสินใจแล้ว อย่าลืมวางโครงสร้างธุรกิจและภาษีให้ถูกต้องตาม ขั้นตอนเริ่มต้นธุรกิจ

บทความนี้จัดทำเพื่อให้ความรู้ทั่วไป ไม่ใช่คำแนะนำการลงทุนหรือการรับรองแบรนด์ใด ตัวเลขในตัวอย่างเป็นการสมมติเพื่อประกอบการอธิบาย

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

แฟรนไชส์ลงทุนน้อยมีอะไรบ้าง

กลุ่มที่ลงทุนเริ่มต้นหลักหมื่นถึงหลักแสนบาท ได้แก่ เครื่องดื่มแบบคีออส อาหารทานเล่นและสตรีทฟู้ด แต่เป็นกลุ่มที่แข่งขันสูง ควรเลือกทำเลและแบรนด์อย่างรอบคอบ

ซื้อแฟรนไชส์แล้วกี่เดือนคืนทุน

ขึ้นอยู่กับเงินลงทุนและยอดขายจริง แฟรนไชส์ขนาดเล็กอาจคืนทุนได้ในไม่กี่เดือน ส่วนร้านขนาดกลางมักใช้ 1–3 ปี ควรคำนวณจากยอดขายแบบระมัดระวังในทำเลของคุณเอง

Royalty Fee คืออะไร

คือค่าสิทธิที่แฟรนไชส์ซีจ่ายให้เจ้าของแบรนด์อย่างต่อเนื่อง มักคิดเป็นเปอร์เซ็นต์ของยอดขายรายเดือน หรือเป็นจำนวนเงินคงที่ตามที่ระบุในสัญญา

ซื้อแฟรนไชส์ต้องจดทะเบียนบริษัทไหม

ไม่จำเป็นเสมอไป หลายแบรนด์ให้ลงทุนในนามบุคคลธรรมดาได้ แต่หากลงทุนหลายสาขาหรือรายได้สูง การจดทะเบียนเป็นบริษัทอาจช่วยเรื่องภาษีและความน่าเชื่อถือ

แหล่งอ้างอิง

ศูนย์รวมข่าวสารองค์กรและผู้นำธุรกิจ

พร้อมส่งต่อเรื่องราวและแถลงการณ์องค์กรของคุณสู่สื่อมวลชนชั้นนำแล้วหรือยัง?

เผยแพร่ข่าวประชาสัมพันธ์ แถลงการณ์ และวิสัยทัศน์องค์กรสู่เครือข่ายสื่อมวลชน นักลงทุน และผู้บริหารชั้นนำทั่วประเทศผ่าน bizzenter syndication hub