ข้ามไปยังเนื้อหาหลัก
เทคโนโลยี & ไอทีบทวิเคราะห์โดยกองบรรณาธิการ

ใช้ Cloud Server เจ้าไหนดี? จัดอันดับ 7 ผู้ให้บริการคลาวด์สำหรับธุรกิจไทย ปี 2569

ภาพปกบทความ "Cloud Server เจ้าไหนดี?" จัดอันดับ 7 ผู้ให้บริการคลาวด์ ปี 2569 — ภาพประกอบการจัดอันดับผู้ให้บริการ Cloud Server: ก้อนเมฆขนาดใหญ่เชื่อมต่อกับตู้เซิร์ฟเวอร์สามตู้ พร้อมดาวคะแนนและถ้วยรางวัล

Executive Summary / สาระสำคัญสำหรับผู้บริหาร

6 MINUTES BRIEF
  1. อันดับ 1 AWS อันดับ 2 Google Cloud ทั้งคู่มี Region ในไทยพร้อม 3 Availability Zones และได้รับการจัดเป็น Leader ใน Gartner Magic Quadrant for Strategic Cloud Platform Services ปี 2026
  2. Huawei Cloud และ Alibaba Cloud ตามมาเป็นอันดับ 3–4 มีศูนย์ข้อมูลในไทย ราคาแข่งขันได้ และได้รับการยอมรับจาก Gartner ในปี 2026
  3. Microsoft Azure อยู่อันดับ 5 เพราะยังไม่มี Region ในไทย แม้มีส่วนแบ่งตลาดโลกอันดับ 2 และประกาศลงทุนกว่า 1,000 ล้านดอลลาร์ในไทย อันดับมีโอกาสขยับขึ้นเมื่อ Region ไทยเปิดให้บริการ

ใช้ Cloud Server เจ้าไหนดี สำหรับธุรกิจไทยในปี 2569 คำตอบเปลี่ยนไปมากจากเมื่อ 2–3 ปีก่อน เพราะผู้ให้บริการระดับโลกหลายรายเปิดศูนย์ข้อมูลในประเทศไทยแล้ว กองบรรณาธิการ bizzenter จึงจัดอันดับผู้ให้บริการคลาวด์ 7 ราย ด้วยเกณฑ์ที่เปิดเผยชัดเจน ให้น้ำหนักกับโครงสร้างพื้นฐานในไทย การยอมรับของนักวิเคราะห์ และความพร้อมในการให้บริการธุรกิจไทย โดยไม่ได้รับค่าตอบแทนจากผู้ให้บริการรายใด

เกณฑ์การจัดอันดับ

เกณฑ์น้ำหนักพิจารณาจาก
โครงสร้างพื้นฐานในประเทศไทย30 คะแนนมี Region หรือศูนย์ข้อมูลในไทยแล้วหรือไม่ จำนวน Availability Zones
การยอมรับของนักวิเคราะห์และความครบของบริการ25 คะแนนGartner Magic Quadrant ปี 2026 และความหลากหลายของบริการ เช่น AI ฐานข้อมูล Container
ขนาดตลาดและระบบนิเวศ20 คะแนนส่วนแบ่งตลาดโลก จำนวนพาร์ทเนอร์ และซอฟต์แวร์ที่รองรับ
การสนับสนุนในไทย15 คะแนนทีมและพาร์ทเนอร์ในไทย ภาษาไทย การออกใบแจ้งหนี้
ความคุ้มค่าและความยืดหยุ่นด้านราคา10 คะแนนรูปแบบราคา แพ็กเกจสำหรับธุรกิจขนาดเล็ก

คะแนนประเมินโดยกองบรรณาธิการจากข้อมูลที่เปิดเผย ณ เดือนตุลาคม 2569 ไม่ใช่ผลทดสอบความเร็วหรือราคา

จัดอันดับผู้ให้บริการ Cloud Server สำหรับธุรกิจไทย ปี 2569

อันดับผู้ให้บริการคะแนนรวม (100)โครงสร้างพื้นฐานในไทยเหมาะกับ
1Amazon Web Services (AWS)93Region ap-southeast-7 เปิด ม.ค. 2568 มี 3 AZทุกขนาดธุรกิจ โดยเฉพาะแอปที่ต้องขยายตัวเร็ว
2Google Cloud89Region กรุงเทพฯ เปิด ม.ค. 2569 มี 3 Zonesงานข้อมูลและ AI ธุรกิจที่ใช้ Google Workspace
3Huawei Cloud793 Availability Zones ในไทยองค์กร ภาครัฐ งาน AI ที่ต้องการราคาแข่งขันได้
4Alibaba Cloud78ศูนย์ข้อมูล 2 แห่งในไทยอีคอมเมิร์ซ ธุรกิจที่เชื่อมตลาดจีน
5Microsoft Azure76อยู่ระหว่างพัฒนา Region ในไทยองค์กรที่ใช้ Microsoft 365 และ Dynamics 365
6NIPA Cloud64ศูนย์ข้อมูลในกรุงเทพฯ นนทบุรี และชลบุรีSME และหน่วยงานที่ต้องการคลาวด์ของบริษัทไทย
7Tencent Cloud622 Availability Zones ในกรุงเทพฯเกม สื่อ วิดีโอ ตลาดจีน

คะแนนแยกตามเกณฑ์

ผู้ให้บริการโครงสร้างพื้นฐานไทย (30)การยอมรับ/บริการ (25)ตลาด/ระบบนิเวศ (20)สนับสนุนในไทย (15)ราคา (10)
AWS282520137
Google Cloud282417128
Huawei Cloud271812139
Alibaba Cloud242113119
Microsoft Azure122419147
NIPA Cloud231061510
Tencent Cloud2214998

รายละเอียดแต่ละอันดับ

อันดับ 1: Amazon Web Services (AWS)

AWS เปิด Region Asia Pacific (Thailand) รหัส ap-southeast-7 เมื่อ 7 มกราคม 2568 มี 3 Availability Zones ได้รับการจัดเป็น Leader ใน Gartner Magic Quadrant for Strategic Cloud Platform Services ต่อเนื่องเป็นปีที่ 16 ในรายงานปี 2026 และครองส่วนแบ่งตลาดโครงสร้างพื้นฐานคลาวด์โลกราว 28% ในไตรมาส 2/2569 ตามข้อมูลของ Synergy Research Group จุดเด่นคือบริการครบที่สุดและมีพาร์ทเนอร์ในไทยจำนวนมาก

ข้อควรพิจารณา: บริการและตัวเลือกจำนวนมากทำให้ตั้งค่าซับซ้อน ควรวางระบบคุมค่าใช้จ่ายตั้งแต่เริ่ม

อันดับ 2: Google Cloud

Google Cloud เปิด Cloud Region กรุงเทพฯ เมื่อ 21 มกราคม 2569 มี 3 Zones และได้รับการจัดเป็น Leader ใน Gartner Magic Quadrant for Strategic Cloud Platform Services ต่อเนื่องเป็นปีที่ 9 ในปี 2026 มีส่วนแบ่งตลาดโลกราว 15% ในไตรมาส 2/2569 เด่นเรื่องข้อมูล AI และ Kubernetes

ข้อควรพิจารณา: Region ไทยเพิ่งเปิดในปี 2569 ควรตรวจว่าบริการที่ต้องใช้เปิดในไทยแล้ว

อันดับ 3: Huawei Cloud

Huawei Cloud มี 3 Availability Zones ในไทย และลงทุนโครงสร้างพื้นฐานคลาวด์ในไทยต่อเนื่องตั้งแต่ปี 2561 ได้รับการจัดเป็น Leader ใน Gartner Magic Quadrant for Cloud AI Infrastructure ปี 2026 เหมาะกับองค์กรและหน่วยงานที่ต้องการเก็บข้อมูลในประเทศด้วยราคาแข่งขันได้

อันดับ 4: Alibaba Cloud

Alibaba Cloud เปิดศูนย์ข้อมูลแห่งแรกในไทยปี 2565 และแห่งที่สองเมื่อกุมภาพันธ์ 2568 และระบุว่าได้รับการจัดเป็น Leader ใน Gartner Magic Quadrant for Strategic Cloud Platform Services ปี 2026 เป็นครั้งแรก เด่นเรื่องอีคอมเมิร์ซ บริการ AI และการเชื่อมต่อกับตลาดจีน

อันดับ 5: Microsoft Azure

Microsoft มีส่วนแบ่งตลาดคลาวด์โลกราว 20% ในไตรมาส 2/2569 เป็นอันดับ 2 ของโลก และประกาศลงทุนกว่า 1,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐในโครงสร้างพื้นฐานคลาวด์และ AI ในไทยช่วงปี 2569–2571 แต่ Cloud Region ในไทยยังอยู่ระหว่างพัฒนา จึงได้คะแนนด้านโครงสร้างพื้นฐานในประเทศต่ำกว่ารายอื่น จุดเด่นคือเชื่อมกับ Microsoft 365, Entra ID และ Dynamics 365

ข้อควรพิจารณา: อันดับมีโอกาสขยับขึ้นเมื่อ Region ไทยเปิดให้บริการ ระหว่างนี้งานส่วนใหญ่ต้องใช้ Region ในประเทศใกล้เคียง

อันดับ 6: NIPA Cloud

ผู้ให้บริการคลาวด์ของบริษัทไทย ระบุว่ามีศูนย์ข้อมูลในกรุงเทพฯ (บางรักและพระราม 9) นนทบุรี และศูนย์สำรองที่ศรีราชา ชลบุรี จุดเด่นคือข้อมูลอยู่ในไทย ทีมสนับสนุนภาษาไทย และการออกใบแจ้งหนี้เป็นเงินบาท

ข้อควรพิจารณา: บริการขั้นสูงด้าน AI และฐานข้อมูลแบบ Managed มีน้อยกว่าผู้ให้บริการระดับโลก

อันดับ 7: Tencent Cloud

มี 2 Availability Zones ในกรุงเทพฯ และเป็นหนึ่งในผู้ให้บริการที่ Gartner ประเมินในรายงาน Strategic Cloud Platform Services เด่นเรื่องบริการด้านเกม สื่อ และวิดีโอ

เลือกตามประเภทงาน

ภาพประกอบการเลือก Cloud ตามประเภทงาน: คลาวด์ตรงกลางเชื่อมกับงานเว็บไซต์ ฐานข้อมูล งาน AI และพื้นที่จัดเก็บไฟล์
เลือกประเภทเครื่องและบริการให้ตรงงาน เช่น เว็บไซต์ ฐานข้อมูล งาน AI ที่ใช้ GPU หรือพื้นที่เก็บไฟล์และสำรองข้อมูล
งานที่จะรันตัวเลือกที่แนะนำ
เว็บไซต์องค์กร ร้านค้าออนไลน์AWS, Google Cloud, NIPA Cloud
ระบบ ERP และแอปภายในองค์กรผู้ให้บริการที่ ERP รองรับ เช่น Azure สำหรับ Dynamics 365 ดู โปรแกรม ERP เจ้าไหนดี
แอปที่ต้องขยายตัวเร็วAWS, Google Cloud
งานข้อมูลและ AIGoogle Cloud, AWS, Huawei Cloud
ข้อมูลที่ต้องเก็บในประเทศAWS, Google Cloud, Huawei Cloud, Alibaba Cloud, NIPA Cloud
ธุรกิจที่ค้าขายกับจีนAlibaba Cloud, Huawei Cloud, Tencent Cloud

เกณฑ์เลือกและวิธีคุมค่าใช้จ่าย

ภาพประกอบการคุมค่าใช้จ่ายคลาวด์: เกจวัดการใช้งานทรัพยากร โล่ความปลอดภัย สัญลักษณ์ส่วนลด และกองเหรียญ
คุมค่าคลาวด์ด้วยการตั้งงบแจ้งเตือน ปรับขนาดเครื่องให้พอดีงาน และใช้แพ็กเกจจองล่วงหน้าสำหรับงานที่รันตลอด
  1. ตรวจบริการที่เปิดใน Region ไทย บางบริการอาจเปิดเฉพาะต่างประเทศ
  2. ประเมินค่าส่งข้อมูลออก (Egress) ซึ่งมักถูกประเมินต่ำเกินจริง
  3. ตั้งงบประมาณและการแจ้งเตือน ตั้งแต่วันแรก
  4. ปิดทรัพยากรที่ไม่ใช้ และเลือกขนาดเครื่องให้พอดีกับการใช้งานจริง
  5. ใช้ราคาจองล่วงหน้า สำหรับงานที่รันตลอดเวลา
  6. ทำข้อตกลงการประมวลผลข้อมูลตาม PDPA และตรวจรูปแบบใบกำกับภาษีกับฝ่ายบัญชี ดู บัญชีบริษัท คืออะไร

สรุป

จากเกณฑ์ของกองบรรณาธิการ ผู้ให้บริการ Cloud Server อันดับ 1 สำหรับธุรกิจไทยปี 2569 คือ AWS ตามด้วย Google Cloud ซึ่งทั้งคู่มี Region ในไทยและได้รับการยอมรับระดับโลก Huawei Cloud และ Alibaba Cloud เป็นทางเลือกที่มีศูนย์ข้อมูลในประเทศและราคาแข่งขันได้ Microsoft Azure เหมาะกับองค์กรที่ใช้ระบบ Microsoft และน่าจับตาเมื่อ Region ไทยเปิด ส่วน NIPA Cloud เหมาะกับผู้ที่ต้องการคลาวด์ของบริษัทไทย วิธีที่ได้ผลคือเริ่มจากงานจริงหนึ่งระบบ ทดสอบความเร็วและค่าใช้จ่าย 1–2 เดือน แล้วค่อยขยาย

การจัดอันดับนี้เป็นความเห็นของกองบรรณาธิการจากข้อมูลที่เปิดเผย ณ เดือนตุลาคม 2569 ไม่ได้รับการสนับสนุนจากผู้ให้บริการรายใด สถานะ Region และการจัดอันดับของ Gartner อ้างอิงจากประกาศของผู้ให้บริการแต่ละราย

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

Cloud Server เจ้าไหนดีที่สุดสำหรับธุรกิจไทย

ตามเกณฑ์ของกองบรรณาธิการ bizzenter ปี 2569 อันดับ 1 คือ AWS ตามด้วย Google Cloud และ Huawei Cloud ซึ่งมีศูนย์ข้อมูลในไทยแล้ว

ทำไม Microsoft Azure ได้อันดับ 5

เพราะ Cloud Region ในไทยยังอยู่ระหว่างพัฒนา จึงได้คะแนนด้านโครงสร้างพื้นฐานในประเทศต่ำกว่ารายอื่น แม้จะมีส่วนแบ่งตลาดโลกอันดับ 2 และระบบนิเวศที่แข็งแรง

SME ควรใช้คลาวด์ต่างประเทศหรือคลาวด์ไทย

ถ้าต้องการบริการหลากหลายและขยายตัวเร็ว คลาวด์ระดับโลกตอบโจทย์กว่า ถ้าต้องการราคาเงินบาท ทีมสนับสนุนภาษาไทย และใบกำกับภาษีไทย คลาวด์ไทยอย่าง NIPA Cloud อาจสะดวกกว่า

ใช้คลาวด์ต้องปฏิบัติตาม PDPA อย่างไร

ต้องมีมาตรการรักษาความปลอดภัยข้อมูลที่เหมาะสม กำหนดสิทธิ์การเข้าถึง เข้ารหัสข้อมูลสำคัญ และควรทำข้อตกลงการประมวลผลข้อมูลกับผู้ให้บริการ

แหล่งอ้างอิง

ศูนย์รวมข่าวสารองค์กรและผู้นำธุรกิจ

พร้อมส่งต่อเรื่องราวและแถลงการณ์องค์กรของคุณสู่สื่อมวลชนชั้นนำแล้วหรือยัง?

เผยแพร่ข่าวประชาสัมพันธ์ แถลงการณ์ และวิสัยทัศน์องค์กรสู่เครือข่ายสื่อมวลชน นักลงทุน และผู้บริหารชั้นนำทั่วประเทศผ่าน bizzenter syndication hub