จัดอันดับโรงงานผลิตบรรจุภัณฑ์ในไทย 2569: 10 บริษัทบรรจุภัณฑ์ในตลาดหลักทรัพย์ เรียงตามรายได้ปี 2568

Executive Summary / สาระสำคัญสำหรับผู้บริหาร
- SCGP ทิ้งห่างด้วยรายได้กว่า 1.2 แสนล้านบาท รายได้จากการขายปี 2568 อยู่ที่ 124,374 ล้านบาท สูงกว่าบริษัทอันดับถัดไปหลายเท่า
- จัดอันดับจากตัวเลขที่ตรวจสอบได้ ใช้รายได้ปี 2568 ของบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ที่ธุรกิจหลักเป็นบรรจุภัณฑ์หรือวัสดุบรรจุภัณฑ์ ไม่รวมบริษัทนอกตลาดที่ไม่เปิดเผยงบการเงินรวม
- บริษัทใหญ่ไม่ได้เหมาะกับทุกออเดอร์ SME ที่ต้องการบรรจุภัณฑ์จำนวนน้อยหรือออกแบบเฉพาะ อาจได้บริการที่ยืดหยุ่นกว่าจากโรงงานขนาดกลางและขนาดเล็ก
จัดอันดับโรงงานผลิตบรรจุภัณฑ์ในไทย เป็นข้อมูลที่ทั้งผู้ซื้อบรรจุภัณฑ์ นักลงทุน และผู้ประกอบการในห่วงโซ่อุปทานต้องการ แต่การจัดอันดับที่น่าเชื่อถือต้องมีเกณฑ์ชัดเจน บทความนี้จัดอันดับจาก รายได้ปี 2568 ของบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ที่มีธุรกิจหลักเป็นบรรจุภัณฑ์หรือวัสดุบรรจุภัณฑ์ เพราะเป็นตัวเลขที่เปิดเผยและตรวจสอบได้ พร้อมอธิบายจุดเด่นของแต่ละบริษัทและวิธีเลือกโรงงานให้เหมาะกับธุรกิจ
เกณฑ์การจัดอันดับ
- ใช้ รายได้จากการขายหรือรายได้รวมปีบัญชี 2568 ตามที่บริษัทหรือแหล่งข้อมูลทางการเงินเผยแพร่
- คัดเฉพาะบริษัทจดทะเบียนที่ ธุรกิจหลักเป็นการผลิตบรรจุภัณฑ์หรือวัสดุบรรจุภัณฑ์
- กรณีบริษัทที่มีหลายธุรกิจ ใช้ รายได้เฉพาะกลุ่มธุรกิจบรรจุภัณฑ์ และระบุไว้ชัดเจน
- ไม่รวม บริษัทนอกตลาดหลักทรัพย์และบริษัทข้ามชาติที่ไม่เปิดเผยรายได้ในไทยแยกต่างหาก ซึ่งหลายรายก็เป็นผู้ผลิตรายใหญ่เช่นกัน
- อันดับนี้สะท้อน ขนาดธุรกิจ ไม่ใช่การประเมินคุณภาพสินค้าหรือบริการ
10 อันดับบริษัทผลิตบรรจุภัณฑ์ในไทย ตามรายได้ปี 2568

| อันดับ | บริษัท (ชื่อย่อหลักทรัพย์) | ประเภทบรรจุภัณฑ์หลัก | รายได้ปี 2568 (ล้านบาท) |
|---|---|---|---|
| 1 | เอสซีจี แพคเกจจิ้ง (SCGP) | กระดาษบรรจุภัณฑ์ กล่องลูกฟูก บรรจุภัณฑ์อาหาร บรรจุภัณฑ์พอลิเมอร์ | 124,374 |
| 2 | เบอร์ลี่ ยุคเกอร์ (BJC) กลุ่มธุรกิจบรรจุภัณฑ์ | ขวดแก้ว กระป๋องอะลูมิเนียม | ประมาณ 23,670 (เฉพาะกลุ่มบรรจุภัณฑ์) |
| 3 | โพลีเพล็กซ์ (ประเทศไทย) (PTL) | ฟิล์มโพลีเอสเตอร์ ฟิล์มเมทัลไลซ์ ฟิล์ม CPP สำหรับบรรจุภัณฑ์ | ประมาณ 21,200 (12 เดือนล่าสุด ปีบัญชีสิ้นสุด มี.ค.) |
| 4 | บีจี คอนเทนเนอร์ กลาส (BGC) | ขวดแก้วและบรรจุภัณฑ์ครบวงจร | 13,651 |
| 5 | เอ.เจ. พลาสท์ (AJ) | ฟิล์ม BOPP และ BOPE สำหรับบรรจุภัณฑ์ | ประมาณ 7,830 |
| 6 | พลาสติคและหีบห่อไทย (TPAC) | บรรจุภัณฑ์พลาสติกแข็ง ขวด ภาชนะ | ประมาณ 6,820 |
| 7 | ทีพีบีไอ (TPBI) | ถุงพลาสติก บรรจุภัณฑ์อ่อนตัว ฟิล์ม | ประมาณ 4,910 |
| 8 | ปัญจวัฒนาพลาสติก (PJW) | บรรจุภัณฑ์พลาสติกสำหรับน้ำมันหล่อลื่น นม โยเกิร์ต สินค้าอุปโภค | ประมาณ 3,780 |
| 9 | คราวน์ ซีล (CSC) | ฝาจีบ ฝาเกลียว ฝาพลาสติก และพิมพ์แผ่นโลหะ | ประมาณ 3,620 |
| 10 | สตาร์เฟล็กซ์ (SFLEX) | บรรจุภัณฑ์อ่อนตัว ถุงเติม ซองอาหารและเครื่องดื่ม | ประมาณ 1,985 |
ตัวเลขที่ระบุ "ประมาณ" ปัดเศษจากแหล่งข้อมูลทางการเงิน และอาจต่างจากงบการเงินฉบับเต็มเล็กน้อยตามนิยามรายได้ที่ใช้ ควรตรวจสอบกับงบการเงินและแบบ 56-1 One Report ของแต่ละบริษัทก่อนนำไปใช้อ้างอิงทางการลงทุน
รายละเอียดแต่ละบริษัท
1. SCGP (เอสซีจี แพคเกจจิ้ง)
ผู้นำบรรจุภัณฑ์ครบวงจรของไทยและภูมิภาค ครอบคลุมตั้งแต่กระดาษบรรจุภัณฑ์ กล่องลูกฟูก บรรจุภัณฑ์อาหาร ไปจนถึงบรรจุภัณฑ์พอลิเมอร์ ปี 2568 มีรายได้จากการขาย 124,374 ล้านบาท ลดลงราว 6% จากปีก่อน ขณะที่กำไรสำหรับปีอยู่ที่ 4,069 ล้านบาท เพิ่มขึ้นราว 10%
2. BJC (กลุ่มธุรกิจบรรจุภัณฑ์)
BJC เป็นกลุ่มธุรกิจขนาดใหญ่ที่มีทั้งค้าปลีก สินค้าอุปโภคบริโภค และบรรจุภัณฑ์ กลุ่มบรรจุภัณฑ์ผลิตขวดแก้วและกระป๋อง รายได้ส่วนนี้ปี 2568 ประมาณ 23,670 ล้านบาท และยังเติบโตต่อเนื่องในปี 2569 โดยไตรมาส 2/2569 ยอดขายกลุ่มบรรจุภัณฑ์อยู่ที่ 7,452 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 29.7% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน
3. PTL (โพลีเพล็กซ์ ประเทศไทย)
ผู้ผลิตฟิล์มพลาสติกสำหรับอุตสาหกรรมบรรจุภัณฑ์ เช่น ฟิล์ม BOPET ฟิล์มเมทัลไลซ์ และฟิล์ม CPP รวมถึงเม็ดพลาสติก PET เป็นวัตถุดิบสำคัญของผู้ผลิตบรรจุภัณฑ์อ่อนตัวทั้งในไทยและต่างประเทศ
4. BGC (บีจี คอนเทนเนอร์ กลาส)
ผู้ผลิตขวดแก้วรายใหญ่และผู้ให้บริการบรรจุภัณฑ์ครบวงจร (Total Packaging Solutions) รายได้ปี 2568 อยู่ที่ 13,651 ล้านบาท ลดลงราว 5% จาก 14,416 ล้านบาทในปี 2567
5. AJ (เอ.เจ. พลาสท์)
ผู้ผลิตฟิล์ม BOPP สำหรับบรรจุภัณฑ์ที่พิมพ์ลาย งานลามิเนต และเทปกาว รวมถึงฟิล์ม BOPE สำหรับขนม ลูกอม และสินค้าอุปโภคบริโภค
6. TPAC (พลาสติคและหีบห่อไทย)
ผู้ผลิตบรรจุภัณฑ์พลาสติกแข็ง เช่น ขวดและภาชนะสำหรับอาหาร เครื่องดื่ม และสินค้าอุปโภค รายได้ปี 2568 ราว 6,820–6,890 ล้านบาท
7. TPBI (ทีพีบีไอ)
ผู้ผลิตถุงพลาสติก บรรจุภัณฑ์อ่อนตัว และฟิล์ม ส่งออกไปหลายประเทศ เช่น ออสเตรเลีย สหราชอาณาจักร สหรัฐอเมริกา ญี่ปุ่น และนิวซีแลนด์
8. PJW (ปัญจวัฒนาพลาสติก)
ผู้ผลิตบรรจุภัณฑ์พลาสติกและชิ้นส่วนพลาสติกอุตสาหกรรม มีโรงงานในสมุทรสาคร ชลบุรี กรุงเทพฯ และจีน ผลิตบรรจุภัณฑ์สำหรับน้ำมันหล่อลื่น นม โยเกิร์ต สินค้าอุปโภค และเคมีภัณฑ์
9. CSC (คราวน์ ซีล)
ผู้ผลิตฝาปิดสำหรับเครื่องดื่ม เช่น เบียร์ โซดา นม และน้ำดื่ม ทั้งฝาจีบ ฝาเกลียวกันปลอม ฝาพลาสติก และให้บริการพิมพ์แผ่นโลหะ
10. SFLEX (สตาร์เฟล็กซ์)
ผู้ผลิตบรรจุภัณฑ์อ่อนตัว เช่น ถุงเติมผงซักฟอกและน้ำยาปรับผ้านุ่ม บรรจุภัณฑ์อาหาร เครื่องดื่ม อาหารสัตว์ และถุงทางการแพทย์ รายได้ปี 2568 ประมาณ 1,985 ล้านบาท เพิ่มขึ้นราว 4.5%
ภาพรวมอุตสาหกรรมบรรจุภัณฑ์ไทยปี 2569
- รายได้ของผู้ผลิตหลายรายลดลงในปี 2568 จากราคาวัตถุดิบที่ปรับลง ความต้องการที่ชะลอตัว และค่าเงินบาทแข็ง แต่หลายรายทำกำไรได้ดีขึ้นจากต้นทุนพลังงานที่ลดลงและการคุมค่าใช้จ่าย
- บรรจุภัณฑ์ยั่งยืน เช่น บรรจุภัณฑ์รีไซเคิลได้ วัสดุชีวภาพ และการลดน้ำหนักบรรจุภัณฑ์ กลายเป็นข้อกำหนดของลูกค้ารายใหญ่และตลาดส่งออก
- อีคอมเมิร์ซ สร้างความต้องการกล่องและบรรจุภัณฑ์สำหรับการจัดส่ง เชื่อมโยงกับธุรกิจ Fulfillment
- อาหารและเครื่องดื่มยังเป็นลูกค้ากลุ่มใหญ่ที่สุด ทั้งในประเทศและเพื่อส่งออก
วิธีเลือกโรงงานผลิตบรรจุภัณฑ์ให้เหมาะกับธุรกิจ

- กำหนดวัสดุและรูปแบบ กระดาษ แก้ว โลหะ พลาสติกแข็ง หรือบรรจุภัณฑ์อ่อนตัว
- ตรวจปริมาณสั่งผลิตขั้นต่ำ (MOQ) โรงงานขนาดใหญ่มักมีขั้นต่ำสูง SME อาจเหมาะกับโรงงานขนาดกลางหรือโรงพิมพ์บรรจุภัณฑ์ดิจิทัล
- ตรวจมาตรฐานความปลอดภัยอาหาร เช่น GMP, HACCP, BRCGS Packaging หรือ ISO 22000 สำหรับบรรจุภัณฑ์ที่สัมผัสอาหาร
- ขอตัวอย่างและทดสอบ ทั้งความแข็งแรง การปิดผนึก และความเข้ากันได้กับเครื่องบรรจุ
- เปรียบเทียบต้นทุนรวม รวมค่าแม่พิมพ์ ค่าบล็อกพิมพ์ ค่าขนส่ง และระยะเวลาผลิต
- ถามเรื่องความยั่งยืน วัสดุรีไซเคิล การลดพลาสติก และข้อมูลคาร์บอนฟุตพริ้นต์ หากส่งออก
- ดูความมั่นคงของซัพพลายเออร์ ทั้งฐานะการเงินและกำลังการผลิตสำรอง
สรุป
จากรายได้ปี 2568 ของบริษัทจดทะเบียน SCGP เป็นผู้ผลิตบรรจุภัณฑ์ที่ใหญ่ที่สุดในไทยแบบทิ้งห่าง ตามด้วยกลุ่มบรรจุภัณฑ์ของ BJC ผู้ผลิตฟิล์มอย่าง PTL และผู้ผลิตขวดแก้ว BGC ส่วนบริษัทอื่นในอันดับมีความเชี่ยวชาญเฉพาะด้าน เช่น ฟิล์ม บรรจุภัณฑ์พลาสติก ฝาปิด และบรรจุภัณฑ์อ่อนตัว สำหรับผู้ซื้อบรรจุภัณฑ์ ขนาดของบริษัทเป็นเพียงปัจจัยหนึ่ง การเลือกโรงงานที่ตรงกับวัสดุ ปริมาณสั่งผลิต และมาตรฐานที่ธุรกิจต้องการสำคัญกว่า ผู้ประกอบการที่กำลังเริ่มธุรกิจผลิตสินค้าสามารถอ่าน ธุรกิจที่น่าสนใจในปี 2027 เพื่อมองหาโอกาสใหม่ในห่วงโซ่อุปทาน
บทความนี้จัดทำเพื่อให้ข้อมูลทั่วไป ไม่ใช่คำแนะนำการลงทุน ตัวเลขรายได้อ้างอิงข้อมูลที่เผยแพร่ ณ เดือนตุลาคม 2569
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
บริษัทผลิตบรรจุภัณฑ์ที่ใหญ่ที่สุดในไทยคือใคร
จากรายได้ปี 2568 ของบริษัทจดทะเบียน SCGP เป็นผู้ผลิตบรรจุภัณฑ์ที่ใหญ่ที่สุด โดยมีรายได้จากการขาย 124,374 ล้านบาท
ทำไมไม่มีบริษัทข้ามชาติในอันดับ
บริษัทข้ามชาติและบริษัทนอกตลาดหลักทรัพย์ส่วนใหญ่ไม่เปิดเผยรายได้ในไทยแยกต่างหากในรูปแบบที่เทียบกันได้ การจัดอันดับนี้จึงใช้เฉพาะบริษัทจดทะเบียนที่มีข้อมูลตรวจสอบได้
SME ควรเลือกโรงงานบรรจุภัณฑ์ขนาดใหญ่หรือเล็ก
ถ้าสั่งผลิตจำนวนน้อยหรือต้องการออกแบบเฉพาะ โรงงานขนาดกลางหรือเล็กมักยืดหยุ่นกว่าในเรื่องขั้นต่ำและระยะเวลา ส่วนโรงงานขนาดใหญ่เหมาะกับปริมาณสูงและต้องการมาตรฐานส่งออกที่เข้มงวด
บรรจุภัณฑ์สัมผัสอาหารต้องมีมาตรฐานอะไร
ควรผลิตในโรงงานที่มีระบบความปลอดภัยอาหาร เช่น GMP หรือ HACCP และใช้วัสดุที่ปลอดภัยสำหรับสัมผัสอาหาร หากส่งออกอาจต้องการมาตรฐานเพิ่ม เช่น BRCGS Packaging
แหล่งอ้างอิง
- Thaipublica: SCGP ผลงานปี 2568 รายได้จากการขาย 124,374 ล้านบาท
- StockAnalysis: Berli Jucker (BJC) Revenue by Segment
- ฐานเศรษฐกิจ: ธุรกิจแพคเกจจิ้งพุ่ง ดันรายได้ BJC ไตรมาส 2/2569
- StockAnalysis: Polyplex (Thailand) PCL (PTL)
- StockAnalysis: BG Container Glass (BGC)
- StockAnalysis: A.J. Plast (AJ)
- MarketScreener: Thai Plaspac posts FY2025 results
- StockAnalysis: TPBI PCL (TPBI)
- StockAnalysis: Panjawattana Plastic (PJW)
- StockAnalysis: Crown Seal (CSC)
- มิติหุ้น: SFLEX ผลประกอบการปี 2568


